Archive for the ‘ความรู้เรื่องกีฬา สารกีฬา การออกกำลังกาย สุขภาพ’ Category

บูกาโย่ ซาก้า ปลุกความั่นใจให้เพื่อนร่วมทีมหวังเก็บชัยเหนือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

Sunday, September 4th, 2022

บูกาโย่ ซาก้า นักเตะตัวเก่งของ อาร์เซนอล ได้กระตุ้นเพื่อร่วมทีมของตัวเองให้มีความกระหายชัยชนะมากกว่าทีมคู่แข่งอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนเกมที่ทั้งสองทีมจะลงสนามพบกันในวันอาทิตย์ ซึ่ง บูกาโย่ ซาก้า เองก็ยังคงมีมีความเชื่อว่าถ้าหากทีมของพวกเขาสามาถรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียวและเล่นตามแผนที่ได้วางเอาไว้จะทำให้พวกเขาสามารถเอาชนะทีมของ เอริค เทน ฮาก ที่ยังไม่ฟอร์มการเล่นยังไม่เข้าฝักได้

สำหรับเกมล่าสุดที่ทั้งสองทีมได้เจอกันเมื่อฤดูกาลที่แล้วก้เป็นทางด้านของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 3-2 จากการทำประตูของ คริสเตียโน โรนัลโด้ แต่แน่นอนว่าในตอนนี้ทีมของ มิเคล อาร์เตต้า ได้พัฒนาขึ้นมากหลังจากเกมนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูกาลนี้ ซึ่งตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา อาร์เซนอล เป็นทีมเดียวที่เก็บชัยชนะได้ทุกนัด และยังไม่แพ้ให้กับทีมไหนเลย ในขณะที่ทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกสตาร์ทฤดูกาลได้ไม่ดีเลยหลังจากที่พ่ายให้กับ ไบรท์ตัน และ เบรนท์ฟอร์ด ไป 2 เกมรวด

แต่ทางด้านของ อาร์เซนอล เองก็คงจะไม่ประมาท แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างแน่นอน หลังจากที่ 3 เกมหลังสุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถเก็บชัยได้ทุกนัดรวมถึงยังสามารถเอาชนะ ลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นทีมรองแชมป์จากฤดูกาลที่แล้วได้ด้วย แต่ บูกาโย่ ซาก้า เชื่อว่าถ้าหากทีมของเขามีสมาธิและนิ่งมากพอพวกเขาจะสามารถเก็บชัยมาครองได้อย่างแน่นอน

นักเตะหนุ่มดาวรุ่งวัย 20 ปีของ อาร์เซนอล ได้กล่าวว่า “การเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับทีมของเรา เพราะพวกเขาเป็นทีมที่มีคุณภาพ และฟอร์มการเล่นกำลังเข้าที่มากขึ้นในตอนนี้ และถ้าหากพวกเราเอาชนะพวกเขาได้ในบ้านของพวกเขาเองมันจะทำให้ผมมั่นใจมากขึ้นว่าทีมของเราได้พัฒนาขึ้นแล้ว ผมเคยผ่านเกมกับพวกเขามาแล้ว ผมรู้ว่าพวกเขามีดีอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นลูกโหม่ง ความไว แทคติกการเล่น ความสมดุลในเกม และสิ่งหนึ่งที่พวกเขามีก็คือความกระหายชัยชนะ และผมเชื่อว่าถ้าทีมของเรามีสิ่งนั้นมากกว่าพวกเขา ทีมของเราจะสามารถเอาชนะได้อย่างแน่นอน”

ไม่มีตัวพลิกเกมเนี่ยนะ ! เพื่อนนักเตะมาดริดสนับสนุน เบล ควรอยู่กับทีมต่อไป

Thursday, July 29th, 2021

เพื่อนนักเตะมาดริดสนับสนุน เบล ควรอยู่กับทีมต่อไป

อยู่ต่อเถอะ ! มีรายงานข่าวระบุมาว่า บรรดานักเตะของ เรอัล มาดริด ต่างอยากให้ แกเร็ธ เบล ปีกโปรกอล์ฟที่เปรียบเสมือน บอลเต็ง ได้อยู่กับ เรอัล มาดริด ต่อไปในฤดูกาลใหม่นี้

เบล มีผลงานที่น่าประทับใจ ฟอร์มการเล่นและทัศนคติของเขาในช่วงปรีซีซั่นนี้ก็นับว่าตรงใจของ คาร์โล อันเชล็อตติ ผู้จัดการทีมเป็นอย่างมาก

และยังมีรายงานว่า นักเตะ เรอัล มาดริด หลายๆคนได้พูดกันอย่างพร้อมใจว่า ไม่อยากให้เบลย้ายทีม

“เบล ทำผลงานได้ในแบบเดียวกับที่เขาเคยทำมาก่อน (ก่อนย้ายไป ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส แบบยืมตัวในฤดูกาล 2020-21) แต่ถึงแม้จะรีดฟอร์มออกมาได้แค่ 50% แต่เขาก็ยังเป็นผู้เล่นเกมรุกที่ดีที่สุดของสโมสร”

จากรายงานที่ได้รับนั้น เอดู อากิเร่ นักข่าวชาวสเปนได้กล่าวกับ El Chiringuito ไปว่า

“เบล กำลังฝึกซ้อมได้ดี เขาทำหน้าที่สมกับเป็นมืออาชีพ เหมือนกับที่เขาทำภายใต้การฝึกซ้อมกับ ซีดาน เขาฝึกและกลับบ้าน ไปพักเพื่อเตรียมทำให้ร่างกายตัวเองเข้าที่ทันที”

“แล้วก็ต้องยอมรับว่า เขามีความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมกับ (คาร์โล) อันเชล็อตติ”

อย่างไรก็ตาม โอกาสของเบลสำหรับการจะได้อยู่กับทีม เรอัล มาดริด ต่อไปในฤดูกาลนี้ ทางตัวของ อากิเร่ ก็ได้กล่าวต่อว่า

“ผู้เล่นในห้องแต่งตัวรู้ดีว่าถ้า อันเช่ สามารถกระตุ้นเบลได้ และถ้าเบลฟัง มันก็ไม่มีเหตุผลใดที่เขาจะย้ายทีม เขาจะเป็นกำลังสำคัญในทีมต่อไปแน่นอน เขาคือนักเตะที่ดีของสโมสร และจได้อยู่กับทีมต่อไป”

อันเชล็อตติ เป็นคนซื้อตัวเบลมาจากสเปอร์สตอนปี 2013

ปั่นจักรยาน เผาผลาญไขมันบริเวณหน้าท้อง

Thursday, June 11th, 2020
ปั่นจักรยาน เผาผลาญไขมันบริเวณหน้าท้อง

ไขมันในร่างกายของทุกคนควรมี 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นพลังงานสำรอง แต่ถ้ามีไขมันเกินกว่านี้ อาจจะเป็น 35 หรือ 40 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม ก็จะรู้สึกได้ว่าอ้วนและเกิดพุงทำให้เกิดความกังวลได้ แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนที่คุณจะใช้วิธีการลดพุงที่เรากำลังจะกล่าวถึงเพื่อลดความเสี่ยงจากโรคอ้วน คุณต้องสังเกตและสำรวจตัวเองให้ออกก่อนว่ามีพุงที่เกิดจากไขมันหรือไม่ เพราะบางคนท้องป่องที่เกิดจากอาการท้องผูก การขับถ่ายไม่ดี มีแก๊สในท้อง ท้องอืด ซึ่งไม่เกี่ยวกับการมีพุงหรือความอ้วนแต่อย่างใด และเมื่อแยกได้แล้วว่าเป็นคนอ้วนลงพุงที่เกิดจากไขมัน ให้เตรียมตัววิธีลดพุงที่เรานำมาฝาก ดังต่อไปนี้

วิธีวอร์มอัพก่อนเล่นกีฬาด้วยการปั่นจักรยาน

วิธีที่ 1 การหายใจด้วยการแขม่วท้อง เป็นวิธีลดพุงที่ง่าย ทุกคนสามารถทำได้ในช่วงก่อนปั่นจักรยานเป็นประจำอย่างน้อย 1 เดือน เพียงเริ่มต้นด้วยการหายใจเข้าลึก ๆ สังเกตได้ว่าท้องจะป่อง จากนั้นให้นับหนึ่งถึงสิบ ถือว่าเป็นวิธีที่ทำให้ลดพุงแล้ว ยังช่วยให้คนที่ไม่ค่อยมีเอว เริ่มกลับมามีเอวได้อีกด้วย

วิธีที่ 2 การใช้ท่าแพลงก์, ซิทอัพ, CRUNCH หรือการยกขา อาจจะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งที่คิดว่าถนัดและชื่นชอบที่สุด จะได้ไม่ฝืนตัวเองมากเกินไป วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่มีเอวแต่มีพุงป่องและมีกล้ามเนื้อหย่อนหรือไม่กระชับเพราะกลุ่มคนเหล่านี้ เมื่อมีการใช้ท่าแพลงก์, ซิทอัพ, CRUNCH หรือการยกขา ได้อย่างต่อเนื่องแล้ว ก็จะช่วยบริหารในส่วนกล้ามเนื้อหน้าท้องหรือที่เรียกว่าซิกแพ็ก ได้ดี

หลังจากวอร์มอัพจากวิธีดังกล่าวข้างต้นแล้ว ให้เริ่มเล่นกีฬาปั่นจักรยานประมาณ 1 ถึง 2 ชั่วโมง ถือว่าเป็นกีฬาที่ให้ความเพลิดเพลินหรือความชิลล์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบปั่นจักรยานและที่สำคัญยังจะช่วยให้พุงยุบค่อนข้างเร็ว เพราะเป็นการนำไขมันส่วนพุงมาใช้อย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าใครไม่อยากปั่นจักรยาน ก็สามารถเล่นกีฬาด้วยวิธีอื่นทดแทนการปั่นจักรยานได้เช่นเดียวกัน เช่น การเดิน 1 ถึง 2 ชั่วโมง หรืออาจจะวิ่งช้า ๆ ประมาณ 30 ถึง 60 นาที ก็ได้

หลายคนทราบกันดีว่า การลดพุงหรือการดึงไขมันส่วนพุงจะค่อนข้างยากเมื่อเทียบกับไขมันที่หน้า ต้นแขนและต้นขา เนื่องจากพุงจะอยู่ที่ไขมันช่องท้อง 1 ชั้น ติดกับลำไส้ โดยปกติแล้วลำไส้จะยาวถึง 7 เมตร ถ้าไม่มีไขมันส่วนนี้จะทำให้ลำไส้พันกันได้และพุงยังมีไขมันใต้ผิวหนังอีก 1 ชั้น ดังนั้น ถ้าใครมีพุง ควรเริ่มลดพุงด้วยกีฬาปั่นจักรยานตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณเอง มีประโยชน์กว่าอาจติดงอมแงมในทีมบอลโปรดอย่างยูเวนตุสหรือลิเวอร์พูลแล้วเอาแต่นั่งดูบอลหน้าจอทีวีอยู่บ้านเป็นไหนๆ

โรคที่พบบ่อยในวัยทำงาน 2019

Saturday, November 2nd, 2019

โรคที่พบบ่อยในวัยทำงาน 2019

ปัจจุบันคนในวัยทำงานต้องเผชิญกับความเครียดสูง มีภาวะการบริโภคที่ไม่เหมาะสม ออกกำลังกายที่น้อยลง และมีความเสี่ยงอื่น ๆ ที่ทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย ซึ่งกรมอนามัยได้ออกมาเตือนว่า ภาวะสุขภาพของคนวัยทำงานรุ่นใหม่มีความเสื่อมเร็วกว่าปกติ ซึ่งควรระมัดระวังสุขภาพให้ห่างไกลจากโรค ต่อไปนี้

1. โรคอ้วน

เป็นปัญหาสุขภาพที่พบมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในออฟฟิศมักจะมีขยับร่างกายน้อย จึงใช้พลังงานต่ำ ทั้งยังมีการบริโภคอาหารกลุ่มแป้งและน้ำตาลมากขึ้น เช่น กาแฟทรีอินวัน ชานม ขนมเค้ก คุกกี้ ของทอด ขนมกรุบกรอบ ฯลฯ และมักมีความอ่อนเพลียหลังการทำงาน จึงไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ระบบการเผาผลาญของร่างกายจึงลดลงตามมา เท่ากับเป็นการเพิ่มความเสี่ยงโรคอ้วนมากยิ่งขึ้น

2. โรคความดันโลหิตสูง

เป็นภาวะที่เกิดจากความเครียด ขาดการออกกำลังกาย และการรับประทานอาหารที่มีรสเค็มเป็นประจำ เกลือโซเดียมจะอยู่ในอาหารที่มีการปรุงด้วยซอสชนิดต่าง ๆ อาหารที่ใช้วัตถุกันเสียเพื่อยืดอายุ ผงฟูและผงชูรสในเมนูคาวหวาน ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ความดันเพิ่มขึ้นได้ หากค่าความดันมากกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและเพิ่มการออกกำลัง

3. โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

หลายคนต้องเผชิญกับปัญหารถติด ในระหว่างการเดินทางทำงาน เช่น เซลล์แมน ฟรีแลนซ์ หรือมีการทำงานที่ติดพัน เช่น ประชุมยืดเยื้อ งานเอกสาร ฯลฯ ทำให้มีการกลั้นปัสสาวะ ซึ่งโดยสรีระแล้ว ผู้หญิงจะมีท่อปัสสาวะที่สั้นกว่าผู้ชาย หากมีการกลั้นปัสสาวะบ่อย ๆ จะทำให้มีการติดเชื้อจากกระเพาะปัสสาวะลามไปที่กรวยไตซึ่งหากเป็นขั้นรุนแรง ก็ทำให้ปัสสาวะเป็นเลือดได้

4. โรคออฟฟิศซินโดรม

เกิดจากการนั่งทำงานอยู่กับที่ โดยแทบไม่ได้ขยับร่างกาย ทำให้กล้ามเนื้อของร่างกายมีการเกร็งตัว น้ำหนักกดลงที่บริเวณช่วงหลังและสะโพกยาวนานกว่าปกติ ขณะเดียวกันส่วนกล้ามเนื้อไหล่และหลังก็เกร็งเพราะมีการพิมพ์งานต่อเนื่อง มีการเก็บสถิติพบว่า 6 ใน 10 คนของพนักงานออฟฟิศ เป็นโรคนี้ ซึ่งมีผลเสียต่อภาวะอารมณ์ ทำให้หงุดหงิดง่ายด้วย

5. โรคกรดไหลย้อน

เกิดจากการรับประทานอาหารไม่ตรงเวลาและมักเป็นผู้ที่ชอบบริโภคอาหารกลุ่มเผ็ดจัด ทอด น้ำอัดลม ฯลฯ รวมถึงการรับประทานมื้อดึกใกล้กับเวลานอน ทำให้มีปริมาณของอาหารในกระเพาะอาหารมาก ทำให้เกิดแรงดันทำให้อาหารและกรดไหลย้อนขึ้นมาตามหลอดอาหาร ทำให้มีอาการแสบร้อนอกตามมา การปรับเปลี่ยนอาหารและช่วงเวลาการรับประทานจึงสำคัญต่อผู้ที่มีความเสี่ยงนี้

จะเห็นได้ว่า คนทำงานในยุคปัจจุบันมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ป่วย รบกวนต่อคุณภาพชีวิตและส่งผลต่อภาวะอารมณ์ได้ หวังว่าบทความนี้ จะทำให้ทุกท่านใส่ใจดูแลตัวเองในช่วงวัยทำงานมากขึ้น เพื่อให้ห่างไกลจากโรคที่กล่าวมา

โรคกรดไหลย้อน

วิธีป้องกันภาวะกระดูกพรุนที่ทุกคนควรรู้

Monday, June 24th, 2019

วิธีป้องกันภาวะกระดูกพรุนที่ทุกคนควรรู้

ปัญหาโรคกระดูกพรุน เป็นสิ่งที่พบได้ในเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งจะทำให้มีการเจ็บปวดตามร่างกายและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นกระดูกหักได้ง่ายกว่าคนทั่วไป

ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมวิธีการเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก ลดภาวะกระดูกพรุนที่ทุกคนควรรู้ มาฝากกัน ดังนี้

1. เพิ่มการรับประทานอัลมอนด์ ซึ่งเป็นแหล่งของแคลเซียมธรรมชาติ ที่มีไขมันชนิดดีช่วยลดภาวะไขมันในเลือดสูงได้ ซึ่งปัจจุบันมีการทำเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบต่าง ๆ เช่น เมล็ดอัลมอนด์ นมอัลมอนด์ คุกกี้ ฯลฯ หรือจะทำการบดเมล็ดอัลมอนด์ผสมลงในน้ำสลัดหรือโยเกิร์ตสำหรับรับประทานคู่กับผักสด ก็ได้ประโยชน์เช่นเดียวกัน

2. เสริมการรับประทานแคลเซียมแบบแคปซูลหรือแบบซองชง ในขนาด 500 มิลลิกรัมต่อวันอย่างน้อย เพื่อช่วยให้ร่างกายได้รับแคลเซียมที่เพียงพอยิ่งขึ้น ทั้งนี้ อาจเลือกสูตรที่ผสม Vitamin D สำหรับเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมได้ดียิ่งขึ้นด้วย

3. การดื่มน้ำชาเป็นประจำ โดยเฉพาะชาเขียว จะช่วยให้มวลกระดูกมีความหนาแน่นมากขึ้น หรือจะดื่มนมสูตรพร่องมันเนยและน้ำเต้าหู้ เพื่อให้ได้รับแคลเซียมแบบไขมันต่ำก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้ การดื่มน้ำเต้าหู้เป็นประจำ จะทำให้ได้รับฮอร์โมนธรรมชาติที่ช่วยชะลอภาวะวัยทองในผู้หญิงได้ด้วย

4. การรับประทานปลาตัวเล็กทอดกรอบ จะทำให้ได้แคลเซียมโดยตรงจากส่วนกระดูกของปลา ที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ซ่อมแซมร่างกายได้ อย่างไรก็ตาม ควรทอดด้วยน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันดอกทานตะวัน หรือน้ำมันมะกอก ฯลฯ ที่ให้กรดไขมันชนิดดี แทนการทอดด้วยน้ำมันปาล์มที่ทำให้เสี่ยงต่อภาวะไขมันในเลือดสูง

วิธีการเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก

5. ออกกำลังกายเป็นประจำ จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายควบคุมสมดุลแคลเซียมและผลิตฮอร์โมนที่ชะลอความเสื่อมของกระดูกได้ดีขึ้น ได้แก่ กระโดดเชือก วิ่ง เต้นแอโรบิค เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ฯลฯ

6. เดินเล่นรับแสงแดดในช่วงเวลาเช้าเพื่อให้ได้วิตามินดีตามธรรมชาติ ที่ทำให้กระดูกแข็งแรง ทั้งยัง ทำให้จิตใจแจ่มใสเมื่อได้รับอากาศบริสุทธิ์ด้วย ทั้งนี้ควรเดินเล่นในช่วงเวลา 6.00-7.30 น. ประมาณ 30 นาทีเป็นประจำ

7. รับประทานข้าวไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ แทนข้าวขาว รวมถึงการรับประทานขนมปังโฮลวีต แทนขนมปังขาว จะทำให้ได้รับแร่ธาตุแคลเซียมมากขึ้นถึง 3 เท่า ทั้งยังได้เส้นใยอาหารที่กระตุ้นการขับถ่ายและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้หิวง่ายระหว่างวันด้วย

จะเห็นได้ว่า เทคนิคที่กล่าวมาเป็นสิ่งที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวันของทุกคน เชื่อว่าหากปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจะทำให้ทุกท่านห่างไกลจากปัญหาโรคกระดูกพรุน ทั้งยังได้รับสารอาหาร วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น ทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้นอย่างแน่นอน

ฟุตบอลที่น่ารู้ ประวัติกีฬาฟุตบอลที่ควรรู้

Sunday, June 2nd, 2019

สมาคมฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า

ฟุตบอลเป็นกีฬาที่คนทั่วโลกรู้จักกันดี โดยมีการแข่งขันทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ ทำให้มีสโมสรต่างๆเกิดขึ้นมากมายทั่วโลก ซึ่งกำเนิดของกีฬาฟุตบอลนั้นคาดว่าเกิดในประเทศฝรั่งเศสและอิตาลี จากกีฬาพื้นเมืองที่ชื่อว่า ซูเลอ หรือ Soule ซึ่งลักษณะการเล่นไม่ได้แตกต่างจากฟุตบอลที่คนทั่วไปรู้จักมากนัก แต่ประวัติการเล่นฟุตบอลที่มีการจดบันทึกไว้เป็นหลักฐานชัดเจนเกิดในประเทศอังกฤษ โดยนับจากปีที่จัดตั้งสมาคมฟุตบอลอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2406 (ประมาณ 150 ปีที่แล้ว) และทำให้มีนักกีฬาอาชีพเกิดขึ้นมาหลังจากนั้น

ส่วนทางทวีปเอเชีย ประเทศมหาอำนาจในปัจจุบันอย่างจีนและอินเดีย มีบันทึกที่สำคัญเกี่ยวกับฟุตบอล กล่าวคือ มีการบันทึกของขงจื้อ ซึ่งเป็นนักปราชญ์จีนยุคโบราณ ได้จดในหนังสือชื่อ กังฟู อธิบายถึงกีฬาที่ใช้เท้าและศีรษะเตะและโหม่งบอล ซึ่งเรียกว่า ซือซู ส่วนในประเทศอินเดีย มีการบันทึกไว้ในหนังสือของมหาวิทยาลัยกัลกัตตา ช่วงปี พ.ศ. 2426 เกี่ยวกับการเล่นฟุตบอล ซึ่งหลังจากนั้นประมาณสิบปี (พ.ศ.2435) ก็มีการจัดการแข่งขันเพื่อชิงรางวัลเป็นถ้วยที่ระลึกเป็นครั้งแรก

ทางด้านทวีปแอฟริกา มีการจัดตั้งสมาคมฟุตบอลระดับชาติในประเทศแอฟริกาเป็นประเทศแรก แต่ประเทศอียิปต์กลับเป็นชาติแรกที่ดำเนินการจัดการแข่งขันในทวีปแอฟริกา โดยจัดในปี พ.ศ. 2467 แล้วหลังจากนั้นเพียง 3 ปี ประเทศอียิปต์ก็มีการพัฒนาฝีเท้านักกีฬาฟุตบอลจนสามารถแข่งขันเอาชนะนักกีฬาจากประเทศฮังการีได้ด้วยคะแนน 3-0 ในการแข่งขันกีฬาสากลอย่างโอลิมปิก ซึ่งจัดที่กรุงปารีสของฝรั่งเศส

สมาคมฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า (FIFA) จัดขึ้นในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส พ.ศ. 2447 มีชื่อเต็มว่า Federation International Football Association โดยมีประเทศที่ร่วมก่อตั้งในช่วงแรก 7 ประเทศ มีสมาคมฟุตบอลของประเทศฝรั่งเศสเป็นผู้นำจัดตั้ง แต่มีการตั้งสำนักงานใหญ่ที่เมืองซูริคประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ซึ่งทำหน้าที่ในการจัดและรองรับการแข่งขัน รวมถึงช่วยในการยกระดับมาตรฐานของคุณภาพการแข่งขันฟุตบอลของสมาคมต่างๆทั่วโลก เพื่อให้แต่ละชาติสามารถนำผลการแข่งขันมาเทียบเพื่อจัดอันดับทีมได้อย่างเป็นธรรม

ตัวอย่างสมาคมฟุตบอลท้องถิ่นที่ฟีฟ่าได้รับรองคุณภาพมาตรฐานการแข่งขันไว้ ได้แก่

1. C.A.F. ของทวีปแอฟริกา มีสมาชิกจำนวนประเทศมากที่สุด เช่น ตูนีเซีย แอลจีเรีย ซูดาน
2. CONCACAF หรือ America-North and Central Caribbean มีสหรัฐ แคนาดา คิวบา เม็กซิโก เป็นต้น
3. A.F.C. ของทวีปเอเชีย มีประเทศไทย มาเลเซีย ญี่ปุ่น เลบานอน อิสราเอล อิหร่าน เป็นต้น

ปัจจุบันการเล่นฟุตบอลมีการใช้นวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาช่วยในการตัดสินการแข่งขันเพิ่มความยุติธรรมด้วย และยังมีการเชื่อมโยงกับเกมส์คอมพิวเตอร์ หรือกีฬาอีสปอร์ต ที่สามารถเล่นฟุตบอลได้เสมือนจริง ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั่วโลก

ฟุตบอลที่น่ารู้ ประวัติกีฬาฟุตบอลที่ควรรู้

วิ่งเช่นไรให้ถูกลดเสี่ยงอาการบาดเจ็บ

Thursday, December 20th, 2018

การเดิน แล้วก็การวิ่งเป็นธุระกกรรมการบริหารร่างกายที่ทำเป็นง่าย มัธยัสถ์ ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องใช้ไม้สอยอาศัยเพียงสถานที่วิ่งที่สมควร มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก แถมยังเป็นกิจกรรมการบริหารร่างกายที่ดีต่อระบบต่างๆอีกทั้งข้างใน รวมทั้งด้านนอกร่างกาย 

ผลดีที่ได้จากการเดิน รวมทั้งการวิ่ง

การเดิน รวมทั้งการวิ่งบ่อยๆ เกิดผลดีต่อสภาพทางด้านร่างกายทุกระบบ อีกทั้งร่างกาย แล้วก็จิตใจ นพ.งามภณ อตำหนิเมธิน ผู้ที่มีความชำนาญด้านการวิ่ง และก็การบาดเจ็บจากการวิ่ง พูดว่า การวิ่งนั้นดีต่อสภาพทางด้านร่างกายในหลายๆด้าน

ด้านของสุขภาพรากฐานทั่วๆไป ช่วยรักษาระดับความดันโลหิตให้เป็นประจำ แนวทางการทำงานของหัวใจ ปอด การหายใจดียิ่งขึ้น เพิ่มความฟิต รวมทั้งบริบูรณ์ให้กับร่างกาย ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้าม ทำให้ส่วนต่างๆของร่างกายปฏิบัติงานได้ดิบได้ดีขึ้น 

ช่วยค่อยเทาและก็ลดการเสี่ยงสำหรับในการกำเนิดโรคประจำตัวต่างๆเป็นต้นว่าหัวใจ โรคความดันโลหิต เบาหวานช่วยลดระดับไขมันในเลือด และก็ช่วยสำหรับการลดหุ่น แล้วก็ควบคุมน้ำหนักได้ 

ด้านที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต และก็อารมณ์ ก็มีกล่าวว่าการวิ่งช่วยทำให้อารมณ์ แล้วก็สุขภาพที่เกิดขึ้นกับจิตดียิ่งขึ้นช่วยทำให้ปรับระดับเครียดลดลง

กิจกรรมการเดินแล้วก็วิ่ง เหมาะสมกับคนไหนกันบ้าง 

คนทุกเพศ ทุกวัย สามารถใช้การเดิน แล้วก็การวิ่งเป็นกิจกรรมเสริมสร้างการบริหารร่างกายได้ เพียงต้องกำหนดเวลาแล้วก็ระยะทางการวิ่งให้สมควรตามสภาพร่างกาย เป็นต้นว่า กรุ๊ปตอนวัยเด็ก ควรจะวิ่งในระยะทางที่ไม่ไกลมากนัก ในตอนที่กรุ๊ปคนแก่ หรือกลุ่มของผู้คนที่มีโรคประจำตัว ควรจะได้รับข้อเสนอแนะจากหมอผู้ชำนาญ เพื่อระบุ ช่วงเวลาแล้วก็แบบอย่างการวิ่งให้เหมาะเจาะกับความสมบูรณ์ของร่างกาย

การกำหนดจุดมุ่งหมายสำหรับในการวิ่ง ช่วยทำให้การวิ่งไม่มีอันตรายขึ้น

นพ.ดีภณ ยังให้คำปรึกษาต่อว่าต่อขาน การวิ่งนั้นไม่ว่าคนภายในกรุ๊ปใดก็มีการเสี่ยงสำหรับในการเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ รวมทั้ง อาการหัวใจหยุดเต้นได้ สาเหตุจากการวิ่งที่หนักเกินฐานะร่างกาย ขาดการฝึกซ้อมซ้อมที่เป็นประจำ แล้วก็กรุ๊ปที่ไม่รู้จักว่าตัวเองเจ็บไข้ หรือมีโรคประจำตัว ด้วยเหตุดังกล่าวการกำหนดจุดหมายสำหรับในการวิ่งให้แจ่มชัด ก็เลยมีส่วนช่วยสำหรับเพื่อการตารางฝึก รวมทั้งการเตรียมสภาพร่างกาย

กลุ่มของผู้คนที่วิ่งเพื่อสุขภาพ วิ่งไม่หนักเท่าไรนัก สามารถดูลักษณะของการเจ็บป่วยไข้ได้ด้วยตัวเอง รวมทั้งควรจะเริ่มวิ่งอย่างค่อยๆเป็น ค่อยๆไป เบาๆเพิ่มระยะทาง ช่วงเวลาตามความพร้อมเพรียง และก็ความสบูรณ์แข็งแรงของร่างกาย 

ฝูงคนที่อยากได้วิ่งเพื่อการแข่งขันชิงชัยหรือวิ่งในระดับอาชีพ ที่อยากได้ความเจริญวิ่งของตัวเองให้หรูหราสูงมากขึ้นวิ่งได้เร็วขึ้น นอกเหนือจากการซ้อมอย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไป และก็บ่อยแล้ว ควรจะได้รับการตรวจเช็คสภาพร่างกายก่อน เพื่อมองว่าตัวเองมีการเสี่ยงสำหรับเพื่อการกำเนิดโรค หรือโรคประจำตัวอะไรหรือเปล่า

กลุ่มชนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เป็นฝูงคนที่มีโรคประจำตัว โรคความดันโลหิต โรคหัวใจ ผู้สูงวัย คนที่มีน้ำหนักตัวมากมาย หรือผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับกระดูก รวมทั้งข้อต่อ ควรจะได้รับข้อเสนอแนะจากหมอ เพื่อกำหนดรูปแบบรวมทั้งช่วงเวลาที่สมควร 

วิ่งเช่นไรไม่เจ็บ และไม่รังแกสุขภาพ

การบาดเจ็บจากการวิ่ง ส่วนมากมักขึ้นบริเวณศีรษะเขา รองลงมาเป็นส่วนของข้อเท้า ซึ่งการบาดเจ็บพวกนี้สามารถกำเนิดได้กับนักวิ่งทุกคน โดยมีต้นสายปลายเหตุหลักมาจากการเพิ่มระยะ รวมทั้งเพิ่มความเร็วสำหรับในการวิ่ง เร็วเหลือเกิน ในช่วงเวลาที่สภาพร่างกายยังไม่พร้อม การฝึกหัดให้เป็นประจำ แล้วก็ทำอย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไป สามารถช่วยลดการเสี่ยงสำหรับในการเจ็บได้

ระยะทางรวมทั้งเวลาสำหรับการฝึกฝนวิ่งที่สมควร

การฝึกฝนการวิ่งอย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไป แล้วก็บ่อย สามารถช่วยความก้าวหน้าวิ่งได้ ซึ่งระยะทาง และก็ช่วงเวลาสำหรับเพื่อการซ้อมนั้น จะขึ้นกับภาวะความพร้อมเพรียง และก็ความแข็งแรงของร่างกายเป็นหลัก ไม่เหมือนกันไปตามแต่ละบุคคล ช่วงเวลาการฝึกฝนวิ่งที่เสนอแนะ โดยปกติจะอยู่ที่ราว 150 นาทีต่ออาทิตย์ บางทีอาจเป็นเป็นการเดินหรือ วิ่ง วันละ 40-50 นาที 3-4 วันต่ออาทิตย์ หรือ แม้วิ่งแล้วมีลักษณะอาการอ่อนเพลียเป็นอย่างมาก พักแล้วไม่หายให้ลดเวลาวิ่งลงเหลือ 75 นาทีต่ออาทิตย์ หรือราว 30 นาที 3 วันต่ออาทิตย์ก็ได้ 

กระบวนการพินิจตนเอง เพื่อเลี่ยงการบาดเจ็บจากการวิ่ง

การสังเกตตัวเองสามารถทำเป็นในขณะวิ่ง แม้มีลักษณะอาการซึ่งรู้สึกเจ็บ หรือปวด หน้ามืด เวียนหัวขณะวิ่ง ให้เบาความเร็วสำหรับเพื่อการวิ่งลง หรือ หยุดเพื่อพิจารณาการ ไม่สมควรฝื่นวิ่งต่อ อีกกรณีแม้วิ่งแล้วมีลักษณะอาการซึ่งรู้สึกเจ็บ หรือปวดเรื้อรังเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน เกิน 3 – 4 วัน ให้ทดลองพักผ่อน แล้วก็ดูอาการ และก็ทุเลาของกินพื้นฐานด้วยการประคบเย็น และก็ชูขาให้สูง หรือแม้ทำแล้วไม่ดีขึ้น หรือเปล่ามั่นอกมั่นใจในการบาดเจ็บตัวเอง ให้ขอความเห็นหมอรับการวิเคราะห์ แล้วก็เข้ารับการดูแลรักษาถัดไป

ยิ่งไปกว่านี้ควรจะหมั่นฝึก รวมทั้ง บริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอ โดยการทำอย่างค่อยๆเป็น ค่อยๆไป ไม่เพิ่มความเร็วและก็ระยะสำหรับในการวิ่ง เร็วเกินความจำเป็น เพิ่มการฝึกฝนเวทเทรนนิ่ง หรือ บอดี้เวท ซึ่งสามารถทำเป็นกล้วยๆที่บ้าน เพื่อช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้าม ก็จะสามารถช่วยลดการบาดเจ็บจากการวิ่งได้อีกทาง

ฝากหน่อย มือใหม่นักวิ่ง

นพ.งามภณ กล่าวตบท้ายสำหรับนักวิ่งมือใหม่ว่า การวิ่งเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ แม้กระนั้นก็ควรจะทำอย่างเยือกเย็น ไม่ต้องรีบ หรือวิ่งให้เร็วตามคนใด ควรจะหมายกำหนดการวิ่งให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของตน ตั้งเป้าหมายให้เจนจัดว่า จะวิ่งเพื่อสุขภาพ หรือ วิ่งเพื่อการแข่งขันชิงชัย แล้วกำหนดแผนการให้สมควร หมั่นซ้อม รวมทั้งทำต่อเนื่องอปิ้งบ่อย แบบค่อยๆเป็น ค่อยๆไป ก็จะสามารถช่วยให้การวิ่งมีการปรับปรุง สามารถวิ่งได้ตามจุดมุ่งหมายโดยไม่มีการบาดเจ็บมารบกวน

บริหารร่างกายยังไง ให้แข็งแรง

Wednesday, December 19th, 2018

เป็นที่เข้าใจกันดีว่า การบริหารร่างกาย เป็นวิธีที่เยี่ยมที่สุด ที่จะช่วยทำให้สุขภาพเกี่ยวกับร่างกายแข็งแรง แม้กระนั้นจะมีสักกี่ผู้ที่รู้ดีว่า การบริหารร่างกายเพื่อได้ประโยชน์ต่อร่างกายอย่างแท้จริง ควรจะทำยังไง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.สุชาติ ทวีพรปฐมกุล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงแขนณ์มหาวิทยาลัย ได้เอ่ยถึง หลักสำหรับการบริหารร่างกายให้สมควร เป็นคำว่า Fit = Frequency Intensity Time โน่นเป็น ความถี่ ความหนัก แล้วก็ความนาน

ในที่นี้ ‘ความถี่’ หมายคือ การเล่นอย่างต่ำ 4-5 วันต่ออาทิตย์ เพื่อร่างกายมีการกระตุ้นของกล้ามได้ดิบได้ดี ‘ความหนัก’ หมายความว่า การที่เพิ่มน้ำหนักสำหรับในการบริหารร่างกาย หรือฟิตเนตเพื่อสร้างเสริมกล้ามให้ดูกระชับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สำหรับ ‘ความนาน’ หมายความว่า ในช่วงเวลาที่เล่น ขั้นต่ำควรจะเล่น 2-3 ชั่วโมงต่อวัน ไม่สมควรเล่นหักโหมจนถึงเหลือเกินเนื่องจากว่าอาจจะเป็นผลให้ร่างกายเสื่อมโทรมได้

ถ้าเกิดอยากได้บริหารร่างกายเพื่อได้ประโยชน์สูงสุดแล้วก็ไม่มีอันตราย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.สุชาติ เสนอแนะว่า คนที่บริหารร่างกายควรจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารร่างกายที่ถูก แล้วก็รู้จักเลือกจำพวกของการบริหารร่างกายให้เหมาะสมกับตัวเอง

นอกนั้น คุณครูประจำคณะวิทยาศาสตร์ ยังไขปัญหาเกี่ยวกับการบริหารร่างกาย ดังต่อไปนี้

ควรจะเริ่มบริหารร่างกายเช่นไร?

เริ่มจากสิ่งที่ตัวเรารู้สึกชื่นชอบ ได้แก่ ถูกใจวิ่ง ถูกใจเล่นกีฬา ถูกใจฟิตเนต แต่ว่าจำต้องมองสภาพร่างกายของตัวเองเพราะว่า สามารถเล่นได้หรือไม่ ดังเช่นว่า กระดูกมีปัญหา แต่ว่าไปเล่นฟิตเนต ก็ไม่สามารถที่จะเล่นได้ ควรจะเล่นในสิ่งที่สภาพร่างกายอำนวยด้วย ซึ่งจำต้องกล่าวว่า อายุ ก็เป็นสิ่งสำคัญ

การบริหารร่างกายช่วยรักษาโรคได้ใช่หรือ?

การบริหารร่างกายอย่าดูไปถึงขนาดรักษา แต่ว่าจะช่วยคุ้มครองรวมทั้งลดสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงสำหรับในการกำเนิดโรคเสียมากกว่า ถ้าหากบริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถปกป้องได้แต่ว่าไม่ถึงกับ100% แต่ว่าไม่ใช่ว่า ป่วยไข้แล้วถึงมาบริหารร่างกาย เพราะว่าการบริหารร่างกายเป็นเพียงแค่ส่วนใดส่วนหนึ่งที่สามารถช่วยส่งเสริมให้ร่างกายมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง

จุดอ่อนของการบริหารร่างกายเยอะเกินไป

การบริหารร่างกายเยอะเกินไป นับว่าเป็นความประมาทและสะเพร่าของแต่ละบุคคล ไม่ใช่ข้อด้อย เพราะเหตุว่าการบริหารร่างกายนั้นควรทำการศึกษาเรียนรู้และทำการค้นคว้าข้อมูลให้ดีก่อน ไม่สมควรเล่นโดยไม่มีความรู้รากฐานเพราะเหตุว่าถือได้ว่าความสะเพร่า คำว่าบริหารร่างกายเกินของแต่ละคนต่างกัน มีหลักว่า 80% ของชีพจรสูงสุดของแต่ละคนจัดว่าไม่อันตราย ผู้ที่เกิดอุบัติเหตุพวกนี้นับว่าไม่รู้เรื่องหลัก และไม่รู้เรื่องตัวเอง

สรุปได้ว่า ก่อนที่จะพวกเราจะบริหารร่างกายนั้น ควรทำการศึกษาเรียนรู้และทำการค้นคว้าข้อมูลของการเล่นให้ดีก่อนว่า จำเป็นต้องบริหารร่างกายมากน้อยแค่ไหนก็เลยจะสมควร แล้วควรเล่นวันละกี่ชั่วโมงต่อวันต่ออาทิตย์ สำหรับคนที่แก่ 40 ปีขึ้นไป ที่ขาดการบริหารร่างกายเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ควรจะหารือหมอก่อนที่จะมีการเริ่มบริหารร่างกายเพียงเท่านี้ก็สามารถมีร่างกายแข็งแรงด้วยการบริหารร่างกายได้แล้วละครับ

การบริหารร่างกายเวลาใดได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

Tuesday, December 18th, 2018

ประเด็นนี้เกิดเรื่องที่หลายคนอาจสงสัยว่าการออกแรงในระยะเวลาไหนจะดีต่อสภาพทางด้านร่างกายที่สุด แล้วในแต่ละขณะจะมีจุดเด่นแตกต่างยังไง เริ่มต้นทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า ถ้าเกิดคุณไม่ว่าง ไม่สามารถที่จะเลือกได้ว่าจะบริหารร่างกายเวลาเช้า สาย บ่าย หรือเย็น แต่ว่าการบริหารร่างกายไม่ว่าเวลาไหนก็ได้ผลดีต่อร่างกายแน่ๆ

ผู้ที่บริหารร่างกายไม่ว่าจะตรงเวลาใด ส่งผลการค้นคว้าวิจัยรับรองแล้วว่า สามารถลดการเสี่ยงสำหรับเพื่อการกำเนิดโรคหัวใจ ภาวะความดันโลหิตสูง โรคมะเร็ง โรคอัลไซเมอร์ โรคอ้วน อื่นๆอีกมากมาย เหตุผลที่จะต้องเริ่มแบบนี้ ด้วยเหตุว่าใครหลายๆคนไม่สามารถจัดเวลาได้ เพียงพอกล่าวว่ารุ่งเช้าดีมากยิ่งกว่าเย็น เย็นดีมากกว่ายามเช้า เลยมีความคิดว่าจะไม่บริหารร่างกายซะเลย ซึ่งอันนี้ไม่ถูกแน่ๆ ข้อมูลสำหรับการศึกษาวิจัยเรื่องเกี่ยวกับเวลาสำหรับเพื่อการออก พลังกายยังเป็นการศึกษาค้นคว้าที่ส่งผลขัดแย้งกันหลายแบบ บางการศึกษาเรียนรู้วิจัยพูดว่าเช้าตรู่ดีมากยิ่งกว่าเย็น บางการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยพูดว่าเย็นดียิ่งกว่าเช้าตรู่ แม้กระนั้นอย่างไรก็แล้วแต่ออกแรงดีมากกว่าไม่ออกเลย

จุดเด่นของการบริหารร่างกายรุ่งเช้า 

1. การบริหารร่างกายช่วงเช้า ชอบสามารถทำเป็นกระทั่งเป็นนิสัย ทำให้มีการบริหารร่างกายได้บ่อยมากยิ่งกว่าผู้ที่บริหารร่างกายตอนค่ำ

2. สำหรับผู้ที่มีปัญหาการนอน การบริหารร่างกายในเช้าตรู่จะช่วยประเด็นการนอนได้ดียิ่งไปกว่าการบริหารร่างกายตอนเย็น ซึ่งประเด็นการนอนก็จะไปส่งผลต่อความต้องการของกิน เป็นถ้าหากนอนน้อยจะหิวหลายครั้งกว่าแล้วก็จะมีผลให้ควบคุมน้ำหนักได้ยากกว่า

3. สำหรับผู้ที่ปรารถนาคุมน้ำหนัก หรือลดความอ้วน พบว่าการบริหารร่างกายรุ่งอรุณจะช่วยทำให้คุมน้ำหนักได้ดีมากยิ่งกว่า ด้วยเหตุผลในเรื่องของฮอร์โมนที่ร่างกายสร้าง ซึ่งจะสโมสรกับ biological clock ในสมองสำหรับเพื่อการสร้างฮอร์โมน

4. อัตราการเต้นของหัวใจจะช้ากว่าแม้บริหารร่างกายในตอนเวลาเช้า

จุดเด่นของการบริหารร่างกายในเวลาเย็น

1. อุณหภูมิของร่างกายจะสูงสุดในช่วงโดยประมาณ 4-5 นาฬิกาเย็น ซึ่งจะตรงเวลาที่เหมาะสมกับบริหารร่างกายมากมาย เพราะเหตุว่าการเผาภายในร่างกาย บางครั้งอาจจะดีมากกว่า

2. ความแข็งแรงของกล้าม Strength จะดีมากกว่าในตอนเวลาบ่าย โดยจะดำเนินงานได้ดีมากยิ่งกว่าราวๆ 5-10%

3. คงทนถาวรของร่างกาย endurance ซึ่งจะบอกถึงความอึดสำหรับในการออกแรงชนิดแอโรบิกจะมากขึ้นในเวลาบ่ายราวๆ 4%

4. จังหวะที่จะมีการเจ็บจะน้อยกว่าเมื่อบริหารร่างกายในช่วงเวลาบ่าย เพราะเหตุว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้กล้ามอบอุ่นแล้วก็มีความยืดหยุ่นได้ มากยิ่งกว่า และความแข็งแรงของกล้ามที่มากกว่าก็ช่วยลดอาการบาดเจ็บได้ด้วย

5. ควรจะเว้นตอนห่างของการบริหารร่างกายกับเวลาเข้านอนออกราว 4-6 ชั่วโมง เหตุเพราะร่างกายยังมีความตื่นอยู่จากฮอร์โมนที่หลั่งออกมาในขณะบริหารร่างกาย

นอกเหนือจากนั้นต้องมีการจัดเวลาสำหรับในการสร้างกล้ามโดยการกีฬายกน้ำหนักอาทิตย์ละ หนึ่งชั่วโมง โดยยิ่งไปกว่านั้นกล้ามผูกใหญ่ที่ท้อง ข้างหลัง ต้นขา กล้ามที่มากขึ้นจะช่วยการเผาไหม้ของร่างกายได้อย่างดีเยี่ยมขึ้น จัดเวลาสำหรับ การยืดกล้ามบ่อยๆทุกๆวัน วันละขั้นต่ำครึ่งชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่สำหรับทำงาน หรือที่บ้าน เพื่อปกป้องลักษณะของการปวดข้างหลังปวดกล้ามจากการทำงาน หรือจากการใช้คอมพิวเตอร์นานๆ*จัดเวลาให้กับสุขภาพของตนเองด้วยการบริหารร่างกายกันครับผม

อ้างอิงข้อมูลโดย โรงหมอสมิติเวช