Archive for the ‘อื่นๆ’ Category

ทะเลอันดามันแถบชายฝั่งประเทศไทย ที่น่าเที่ยวในปี 2022

Thursday, February 10th, 2022

ทะเลอันดามันแถบชายฝั่งประเทศไทย ที่น่าเที่ยวในปี 2022

ปัจจุบันเราไม่จำเป็นต้องนั่งเครื่องบินข้ามประเทศเพื่อหาที่เที่ยวสวยๆอีกต่อไป เพราะสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ ซึ่งทะเลอันดามันในไทยถือว่าเป็นจุดที่ดึงดูดความสนใจของชาวต่างชาติได้เป็นอย่างมาก นอกจากทะเลจะมีความสวยงามแล้ว ความเป็นธรรมชาติทั้งบนบกและใต้น้ำก็ชวนน่าหลงใหล สามารถร่องเรือ ดำน้ำดูความสดใสใต้ทะเลได้ ซึ่งทะเลอันดามันจะอยู่ในแถบตอนใต้ของประเทศไทยได้แก่ จังหวัดระนอง , พังงา , ภูเก็ต , กระบี่ , ตรัง , สตูล เป็นต้น ซึ่งในแต่ละจังหวัดจะมีหลายเกาะ หลายชายหาดตั้งอยู่บนผืนทะเลเดียวกัน สามารถร่องเรือหรือเลือกเกาะที่ท่านต้องการได้ตามใจชอบ โดยแต่ละเกาะจะมีอุทยาน โรงแรม บ้านพัก ร้านอาหาร ท่าเรือ ที่อำนวยความสะดวกอยู่บนเกาะนั้นๆด้วย วันนี้เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวชายฝั่งอันดามันประเทศไทยที่คุณต้องลอง

5 เกาะในทะเลใต้ ที่สวยงามจนทำให้ไม่อยากกลับบ้าน

หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ – สถานที่นี้ตั้งอยู่ที่ตำบลอ่าวนาง เป็นพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา อยู่ห่างจากชายฝั่งของจังหวัดกระบี่อยู่ราวๆประมาณ 42 กิโลเมตร และมีเกาะย่อยด้วยกันทั้งหมด 6 เกาะ ได้แก่ เกาะพีพีดอน , เกาะพีพีเล , เกาะปิต๊ะนอก , เกาะปิต๊ะใน , เกาะยูง , และเกาะไม้ไผ่ , เกาะพีพี ซึ่งเป็นเกาะยอดนิยมประจำปี 2021-2022 เลย สามารถเยี่ยมชมและลงเล่นน้ำได้ทุกเกาะ ซึ่งแต่ละเกาะจะมีสีน้ำสดใส เห็นสัตว์ทะเลและปะการังได้ชัดเจน เหมาะสำหรับทริปดำน้ำมากที่สุด

เกาะห้อง จังหวัดกระบี่ – ตั้งอยู่ที่เขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ในจังหวัดกระบี่ แต่ก่อนยังไม่ค่อยมีชื่อเสียงเท่าไหร่ แต่ ณ ปัจจุบันดึงดูดความสนใจของชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทยได้เป็นอย่างมาก เพราะความโดดเด่นของน้ำทะเลใสสีเขียวมรกตและหาดทรายขาวละเอียด สามารถมองเห็นปะการัง และฝูงปลาเล็กปลาน้อย ได้ด้วยตาเปล่า ไม่จำเป็นต้องดำน้ำเลย ผู้คนส่วนใหญ่มักจะร่องเรือไปดำน้ำตามจุดต่างๆของเกาะ และชมทิวทัศน์ที่รายล้อมไปด้วยภูเขาสีเขียวที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ ถ้าคุณได้ลองไปสักครั้ง นอกจากจะสบายใจ สบายตา อาจจะทำให้คุณลืมทางกลับบ้านเลยก็เป็นได้

เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา – ตั้งอยู่ที่ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง เป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน และมีเกาะย่อยด้วยกันทั้งหมด 9 เกาะ ได้แก่ เกาะบอน , เกาะบางู , เกาะสิมิลัน , เกาะปายู ,เกาะห้า , เกาะเมียง , เกาะปายัง , เกาะหูยง สามารถดำน้ำหรือนั่งเรือชมวิวได้ทุกเกาะ ซึ่งก็เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงและชาวต่างชาติให้ความสนใจมากที่สุด นับตั้งแต่ปี 2020 จนถึงปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าต่อให้มีโรคระบาดโควิด-19 แต่ผู้คนก็หลั่งไหลไปกันเรื่อยๆ เพื่อชมความสวยงามของเกาะสิมิลัน เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่อุดมสมบูรณ์จนทำให้นักท่องเที่ยวอยากจะย้ายไปอยู่ถาวรกันเลยก็ว่าได้

เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล – ตั้งอยู่ในตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล อยู่ทางตอนใต้ของเกาะอาดัง มีชื่อเสียงมากในประเทศไทย เชื่อว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จักเกาะหลีเป๊ะ น้ำทะเลจะออกเป็นสีเขียวฟ้าสดใส มองเห็นใต้ทะเลได้อย่างชัดเจน มีปะการังสวยงาม และสัตว์ทะเลใต้น้ำ รายล้อมด้วยภูเขาสีเขียว ริมหาดเป็นเม็ดทรายขาวนวลละเอียด เชื่อว่าใครที่มีบ้านพักอยู่ในจังหวัดสตูล จะต้องเคยไปชมความงดงามของเกาะนี้กันบ่อยอย่างแน่นอน

เกาะไม้ท่อน จังหวัดภูเก็ต – ตั้งอยู่ในจังหวัดภูเก็ต และเป็นเกาะที่มีขนาดเล็ก แต่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่อร่ามตา สีน้ำทะเลใสสีเขียวฟ้า สามารถมองเห็นใต้น้ำได้ด้วยตาเปล่า และโดดเด่นตรงที่มีร่มและเก้าอี้ให้เช่านั่งอยู่ริมหาด บวกกับกิจกรรมใต้น้ำ และร่องเรือหรือเดินชมทิวทัศน์รอบเกาะ เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่รักความสงบ ไม่ชอบความวุ่นวายมากนัก เพราะบนเกาะมีรีสอร์ทเพียงแห่งเดียว ไม่มีร้านค้า ร้านอาหาร หรือผับบาร์ แต่ภายในรีสอร์ทจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ เช่น ทีวี ไวไฟ สำหรับคอบอลไม่ต้องห่วง คุณสามารถติดตาม ผลบอลสด ชิวๆบนเกาะได้สบายๆ ซึ่งถ้าต้องการเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม สบายตา เกาะไม้ท่อน เป็นความสวยงามอีกที่ที่น่าลอง

เทคนิครับมือกับสถานการณ์ที่ต้องตกงานโดยไม่ได้เตรียมตัว

Thursday, December 17th, 2020
เทคนิครับมือกับสถานการณ์ที่ต้องตกงานโดยไม่ได้เตรียมตัว

เมื่อต้องตกงานกะทันหันหรือไม่รู้ล่วงหน้ามาก่อน ย่อมทำให้มนุษย์เงินเดือนเจ็บปวดและได้รับผลกระทบอย่างหนักแน่นอน โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ตั้งหลักไม่ทัน จะยิ่งเดือดร้อนอย่างมาก

แม้ว่าสถานการณ์เลิกจ้างในขณะนี้เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หากเกิดขึ้นกับตัวเอง วิธีที่ดีที่สุดในการรับมือคือต้องปรับตัวให้ได้เร็วที่สุด เพื่อให้สามารถเดินหน้าใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อีกครั้ง

การปรับตัวรับกับสถานภาพการตกงานนั้น อาจต้องใช้หลายวิธีการ ซึ่งเทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้สามารถก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาวิกฤตได้ดีขึ้น

เทคนิครับมือกับสถานการณ์ตกงานโดยไม่ทันตั้งตัว

  • จัดการเรื่องประกันสังคมและเงินชดเชยตามกฎหมายให้เรียบร้อย โดยปกติแล้วลูกจ้างบริษัทห้างร้านต่าง ๆ จะได้รับเงินชดเชยการเลิกจ้างจากนายจ้างตามกฎหมายอยู่แล้ว แต่กระนั้นก็จะต้องรีบขึ้นทะเบียนคนว่างงานกับสำนักงานประกันสังคมเพื่อรับสิทธิเงินช่วยเหลืออีก 50% ของค่าจ้าง (สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาท/เดือน) เป็นระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งจะเป็นเม็ดเงินอีกส่วนที่จะช่วยในเรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้ในช่วงที่ยังไม่ได้งานใหม่หรือมีรายได้เข้ามา
  • วางแผนค่าใช้จ่ายให้รัดกุม สิ่งที่ต้องทำทันทีคือการลิสต์รายการค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วแยกเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็น ซึ่งก็ได้แก่ค่าอาหาร, ค่าที่พัก, ค่าน้ำ, ค่าไฟฟ้า กับ ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น อาทิ ค่าชมภาพยนตร์, ค่าอาหารนอกบ้าน, ค่าสมาชิก Netflix เป็นต้น เพื่อจะได้ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปก่อน ส่วนค่าใช้จ่ายจำเป็นก็ต้องพยายามหาวิธีการประหยัดเพิ่มขึ้นอีก
  • ในกรณีที่มีภาระหนี้สินผูกพันอยู่ เช่นหนี้บ้าน, หนี้ผ่อนรถ ก็ควรใช้เหตุผลในเรื่องการตกงานไปเจรจาขอปรับโครงสร้างหนี้ หรือจริง ๆ แล้วก็คือการผ่อนผันชำระหนี้สินออกไปเป็นการชั่วคราว ซึ่งสถาบันการเงินส่วนใหญ่จะมีมาตรการช่วยเหลือลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจและถูกเลิกจ้างอยู่แล้ว
  • หารายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ ในระหว่างที่ตกงาน “อย่ากลัวทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย” ดูจะเป็นภาษิตที่ใช้ได้ดีกับการปรับตัวรับสถานะตกงาน หลายคนไม่เลือกงาน ขอให้เป็นงานสุจริตที่สร้างรายได้ก็พร้อมจะทำ ซึ่งจะเป็นกลุ่มที่สามารถปรับตัวรับกับวิกฤตได้รวดเร็วกว่าคนกลุ่มอื่น บางคนหันไปขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง, สอนหนังสือและขายของออนไลน์ เป็นต้น
  • เร่งหางานใหม่ทำ ปัจจุบันมีช่องทางเข้าถึงแหล่งงานได้ง่ายขึ้นผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งจะพบกับการรับสมัครงานผ่านทางเว็บไซต์ต่าง ๆ มากมาย อาทิ เว็บไซต์ยอดนิยมอย่าง Job DB และ Jobtopgun เป็นต้น หรืออาจใช้ช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่าง Facebook หรือ Instagram ช่วยในการสมัครงานได้ง่ายขึ้น เพราะปัจจุบันมีการตั้งกลุ่มเฉพาะเกี่ยวกับการรับสมัครงานหรือหาคนทำงานในด้านต่าง ๆ เช่น กลุ่มรับจ้างทำคอนเทนท์และกลุ่มรับสมัครช่างภาพ เป็นต้น มีคนจำนวนไม่น้อยที่สามารถหางานใหม่ได้ในเวลาอันรวดเร็วผ่านช่องทางเหล่านี้

เทคนิควิธีการเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ที่ตกงานแบบกระทันหันสามารถปรับตัวรับสถานการณ์ได้รวดเร็วขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องปรับ “Mindset” ของตนเอง ฝึกมองโลกในแง่ดีมองให้เห็นโอกาสจากวิกฤตที่เกิดขึ้น เช่น “การตกงานครั้งนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ค้นพบความสามารถอีกหลายด้านที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง” หากคิดเชิงบวกได้ท่ามกลางวิกฤตเช่นนี้แล้ว ก็จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขต่อไป

เทคนิคสังเกตธุรกิจแชร์ลูกโซ่

Thursday, January 9th, 2020

เทคนิคสังเกตธุรกิจแชร์ลูกโซ่

ในระยะ 1-2 ปีมานี้ มีข่าวธุรกิจแชร์ลูกโซ่และการชักชวนลงทุนธุรกิจแบบผิดกฎหมายจำนวนมาก โดยใช้ผลประโยชน์เข้าเป็นตัวชี้นำให้มีการหลงเชื่อว่าจะเป็นธุรกิจที่มีความยั่งยืนและสามารถสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยได้จริง เราจึงรวบรวมเทคนิคที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนแนะนำมาให้ทุกคนได้สังเกตเพื่อระมัดระวังการตกเป็นเหยื่อของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ดังนี้

สังเกตการตกเป็นเหยื่อของแชร์ลูกโซ่

1. ชักชวนไม่จำกัด

ธรรมชาติของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ จะเน้นการบอกต่อชวนให้มาทำการลงทุนในธุรกิจรูปแบบต่าง ๆ โดยนำผลประโยชน์เป็นตัวตั้ง ซึ่งมักจะมีการเปิดระดมทุนจากบุคคลทั่วไป แบบไม่มีขั้นต่ำ โดยจะมีการนำตัวเลขดอกเบี้ยหรือปันผลที่ได้จากเงินลงทุนที่สูงกว่าอัตราในท้องตลาดเป็นตัวหลอกล่อ

2. ผลตอบแทนไม่ขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจ

หลายคนที่เคยทำธุรกิจจะพบว่าหากมีเงินลงทุนจำนวนหนึ่ง กว่าจะได้กำไรหรือผลตอบแทนกลับมาเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ ยังเป็นเรื่องยาก และยังต้องขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดหรือเศรษฐกิจสังคมในช่วงเวลานั้นด้วย แต่ผู้ที่ชวนลงทุนธุรกิจแบบแชร์ลูกโซ่จะไม่มีการคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยงของสภาวะดังกล่าวเลย ทั้งยังมีการการันตีว่า จะได้ตัวเลขปันผลที่ชัดเจนมากกว่า 5-10 เปอร์เซ็นต์ ในระยะเวลาทุก 3 วัน 5 วัน หรือ 1 เดือน อีกด้วย ซึ่งผู้ชักชวนจะมีเทคนิคในการหว่านล้อมให้เชื่อเพื่อเกิดการลงทุนอย่างต่อเนื่องด้วย

3. ไม่มีการจดทะเบียนในรูปแบบบริษัท

ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ จะใช้วิธีการหาลูกข่ายแบบปากต่อปากหรือแนะนำบอกต่อทางสื่อโซเชียล ซึ่งจะไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลทางการเงินได้ง่าย ๆ หากคุณไม่แน่ใจว่ากำลังตกเป็นเหยื่อของการชักชวนให้ทำธุรกิจผิดกฎหมายหรือไม่ ควรขอดูเลขหมายเลขทะเบียนการค้า หรือรายละเอียดบริษัทที่ชวนไปลงทุน โดยหาข้อมูลเบื้องต้นได้จากเว็บไซต์ของกระทรวงพาณิชย์ หรือหากมีการอ้างอิงว่า มีการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ก็สามารถหาข้อมูลได้จากเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อตรวจสอบว่ามีข้อมูลอยู่จริงหรือไม่

4. อ้างถึงผู้มีชื่อเสียงมากกว่าผลิตภัณฑ์

การทำธุรกิจที่ดีต้องขายคุณภาพของผลิตภัณฑ์ หากผู้ชักชวนลงทุนมุ่งเน้นการสร้างความน่าเชื่อถือ ด้วยการอ้างชื่อบุคคลที่มีชื่อเสียงต่าง ๆ ว่าร่วมทำธุรกิจด้วย โดยที่ไม่ได้ให้ข้อมูลของผลิตภัณฑ์ในเรื่องของคุณภาพ สรรพคุณ และการศึกษาวิจัยต่าง ๆ อย่างชัดเจนเพียงพอ ก็มีความเสี่ยงสูงที่คุณกำลังถูกชักชวนเข้าสู่วงจรธุรกิจแชร์ลูกโซ่

จะเห็นได้ว่า เทคนิคการทำแชร์ลูกโซ่แบบผิดกฎหมายที่กล่าวมานั้น เป็นจุดที่ทุกคนต้องสังเกต ไม่ควรให้ความโลภในผลประโยชน์เป็นตัวชี้นำ เพราะจะทำให้คุณตกเป็นเหยื่อได้ เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ทำให้ทุกท่านรอดพ้น ไม่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการแชร์ลูกโซ่

สังเกตการตกเป็นเหยื่อของแชร์ลูกโซ่

Hosting คืออะไร คนจะทำเว็บไซต์ออนไลน์ต้องรู้

Tuesday, December 3rd, 2019

การทำเว็บไซต์ออนไลน์จะต้องมีการใช้พื้นที่ server เพื่อใช้ในการเก็บและส่งผ่านข้อมูลในระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งผู้ที่จะดูแลให้การทำงานต่าง ๆ เป็นไปอย่างราบรื่น คือ บริษัท web hosting ของเอกชนที่มีบริการให้เลือกหลายแห่งในปัจจุบัน โดยบริษัทจะทำหน้าดูในการดูแลฐานข้อมูล ระบบปฏิบัติการ การติดตั้งแอปพลิเคชัน ควบคุมความเสถียร รวมถึงรักษาความปลอดภัยให้กับเว็บไซต์ของคุณ โดยมีการคิดค่าบริการที่แตกต่างกันไปตามแพ็กเกจ

ในปัจจุบัน บริษัท web hosting แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ

1. Shared Hosting

เหมาะสำหรับผู้ทำธุรกิจมือใหม่ เช่น แม่บ้าน นักศึกษา ที่ต้องการหาอาชีพเสริมจากการทำเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ ยังไม่แน่ใจในทิศทางการเติบโตของธุรกิจที่จะลงทุน ควรเลือก Shared Hosting ที่มีการคิดค่าบริการต่ำกว่า Hosting ประเภทอื่น ๆ ทั้งนี้ อาจมีปัญหาที่พบบ่อย จากการแบ่งปันทรัพยากรร่วมกันใน Server เช่น ปัญหาการดาว์นโหลดข้อมูลช้า เว็บไซต์ล่ม หรือ อัพโหลดภาพใช้เวลานาน ฯลฯ ซึ่งโดยมากแล้วจะมีทีมงานที่ติดต่อได้คอยประสานงานแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

2. VPS Hosting (Virtual Private Server Hosting)

เหมาะสำหรับเว็บไซต์ที่ต้องการใส่ Application เสริมเพิ่มเติม เพื่อบริการลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย อาจเป็นนักธุรกิจรายย่อยที่ทำธุรกิจขนาดกลาง โดยเว็บไซต์ออนไลน์มาต่อเนื่องแล้ว 1-3 ปี ที่มีแนวโน้มลูกค้าใช้บริการมากขึ้นเรื่อย ๆ และต้องการสร้างลูกเล่นในการนำเสนอที่แปลกใหม่ VPS Hosting จะมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดในการดาว์นโหลดข้อมูลต่าง ๆ น้อยกว่าแบบ Shared Hosting

3. Dedicated Server

เป็นบริการ server ที่ทาง hosting จะจัดสรรทรัพยากรในระบบคอมพิวเตอร์ ให้แก่เจ้าของธุรกิจรายใดรายเดียว ทำให้มีความปลอดภัยขั้นสูง ป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม และยังมีความเสถียรในการส่งข้อมูลสูงที่สุดด้วย หากทำธุรกิจที่มีอัตราการแข่งขันสูง มีข้อมูลลูกค้าที่ไม่ต้องการเสี่ยงต่อการรั่วไหลของความลับต่าง ๆ ก็ควรเลือก hosting ประเภทนี้ แต่ก็ทำให้มีค่าใช้จ่ายที่สูงมากตามมาด้วย

หลักเกณฑ์ในการเลือก hosting ที่เหมาะสมสำหรับคนทำเว็บไซต์มือใหม่ควรรู้

1. เลือกตามความจำเป็น

หากเป็นเว็บไซต์เปิดใหม่ เป็นเว็บบล็อกส่วนตัว แนะนำที่กินเที่ยว สร้างแบรนด์ระดับเบื้องต้น ก็ควรใช้ hosting ประเภท Shared Hosting เพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย หากธุรกิจดำเนินได้ดีก็ค่อยปรับเป็นแบบที่ 2 และ 3

2. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์

ควรปรึกษาผู้รู้ว่าทรัพยากรใน hosting ที่ให้บริการหน่วยความจำและสเปกของเครื่อง Server รวมถึงโปรแกรมที่รองรับ ว่าตอบโจทย์การทำธุรกิจหรือไม่ ก่อนการตัดสินใจเลือก hosting

3. ดูประสบการณ์ของทีมบริษัททำ hosting

จากการรีวิวในแหล่งต่าง ๆ ว่า เมื่อระบบล่มหรือข้อมูลมีการรั่วไหล มีการแก้ไขปัญหาอย่างไร มีกรณีการฟ้องร้องเกิดขึ้นหรือไม่ เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรอบด้านดียิ่งขึ้น

4. การย้ายหรืออัปเกรด Web hosting

ต้องสามารถทำได้ตลอดเวลา จึงไม่ต้องกังวลว่าจะต้องซื้อแพ็กเกจใหญ่แต่ครั้งแรกเพื่อให้ครอบคลุมเผื่อการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต

จะเห็นได้ว่าการเลือก web hosting ที่เหมาะสมกับธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องศึกษาอย่างรัดกุม นอกจากนี้ การจะทำให้เว็บไซต์ประสบความสำเร็จ ยังต้องอาศัยองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น การพัฒนาเว็บไซต์ตามระบบ SEO การพัฒนาคุณภาพของสินค้าและการบริการอย่างสม่ำเสมอ จึงจะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน

Hosting คืออะไร คนจะทำเว็บไซต์ออนไลน์ต้องรู้