Archive for the ‘งาน’ Category

เช็กสัญญาณโรคกลัวการทำงาน คุณเข้าข่ายหรือไม่

Wednesday, June 15th, 2022
เช็กสัญญาณโรคกลัวการทำงาน คุณเข้าข่ายหรือไม่

เพราะแต่ละวันมนุษย์ออฟฟิศต่างต้องใช้เวลาทำงานมากถึงวันละ 8-9 ชั่วโมง จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่างานได้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเราไปเสียแล้ว แม้คนจำนวนไม่น้อยจะรู้สึกมีความสุขกับการทำงาน แต่ถึงอย่างนั้นก็มีคนจำนวนมากที่ยังตามหางานที่ใช่และลงตัวไม่ได้เสียที อีกทั้งบางคนมีอาการวิตกกังวลเรื่องงานมากเป็นพิเศษจนส่งผลต่อการใช้ชีวิต และสำหรับใครที่มีอาการวิตกกังวลนาน ๆ จนเสียสุขภาพจิต ลองมาเช็กกันว่าคุณเข้าข่ายเป็นโรคกลัวการทำงานหรือไม่จะได้รับมืออย่างถูกต้อง

โรคกลัวการทำงาน คืออะไร ?

โรคกลัวการทำงานหรือชื่อภาษาอังกฤษ Ergophobia คือ ภาวะกังวลและภาวะความกลัวเรื่องงาน จนอาจทำให้ส่งผลต่อทั้งร่างกายและจิตใจ โดยมีสาเหตุอยู่หลายประการ เช่น เคยถูกไล่ออกจากที่ทำงาน เคยถูกเพื่อนร่วมงานแกล้ง เคยถูกเจ้านายต่อว่าอย่างหนัก รวมถึงเผชิญงานหนักจนเกิดเป็นความเครียด หากอาการไม่รุนแรงหรือจัดการตัวเองได้คงไม่ใช่เรื่องน่าห่วง แต่บางคนมีอาการหนักจนส่งผลต่อการดำเนินชีวิต ซึ่งแน่นอนว่าอาจส่งผลต่อสุขภาพในอนาคต

เช็กอาการ คุณเข้าข่ายเป็นโรคกลัวงานหรือไม่

สำหรับใครที่สงสัยว่าตัวเองเป็นโรคนี้อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ ลองเช็กอาการก่อนว่าคุณเข้าข่ายหรือไม่ โดยอาการของโรคกลัวงาน คือ รู้สึกไม่ค่อยมีสมาธิกับการทำงาน วิตกกังวลเสมอ หัวใจเต้นเร็ว คลื่นไส้ เมื่ออยู่ในที่ทำงานจะรู้สึกทรมาน ไม่อยากเข้าทำงาน และต้องการออกจากที่ทำงานทุกครั้งที่มีโอกาส บางรายกังวลจนถึงขั้นทานอาหารไม่ได้ นอนหลับไม่สนิท และหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังสถานที่ที่อยู่ใกล้ที่ทำงาน

ใครมีอาการเหล่านี้และพิจารณาแล้วว่าในอนาคตอาการไม่ดีขึ้นแน่นอน เบื้องต้นแนะนำให้เยียวยาจิตใจตัวเองโดยยังไม่ต้องพบจิตแพทย์ อาจหาโอกาสลางานสัก 3-4 วัน เพื่อพักผ่อนอย่างจริงจัง เพื่อทบทวนข้อดี ข้อด้อย ตามหาเหตุผลว่าเพราะอะไรจึงกลัวการทำงาน แต่หากไม่สะดวกควรหากิจกรรมคลายเครียดอื่น ๆ และพยายามหาเหตุผลว่าตนเองกังวลเรื่องใด เช่น มนุษย์ออฟฟิศบางคนไม่ถนัดภาษาอังกฤษก็ควรเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม หรือบางคนกลัวการนำเสนองานก็ควรฝึกพูดมากขึ้นเพื่อเพิ่มความมั่นใจ แต่หากอาการยังไม่ดีขึ้นและส่งผลต่อการดำเนินชีวิตมากขึ้นเรื่อย ๆ ควรปรึกษาจิตแพทย์ เพื่อเข้ารับการบำบัดและรักษาอย่างถูกต้อง

แม้งานจะสำคัญต่อชีวิตคนเรามากเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นอย่าลืมแบ่งเวลาให้ชีวิตมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นการมีความสุขกับตัวเอง มีความสุขกับเพื่อน หรือมีความสุขกับครอบครัว นอกจากนี้ แนะนำให้พยายามลดความกังวลเรื่องงาน หรือหากขาดความมั่นใจเรื่องใด ควรหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความมั่นใจและลดความวิตกกังวล เพียงเท่านี้เชื่อว่าอาการโรคกลัวการทำงานจะค่อย ๆ หายไป และสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากขึ้น

วิธีแก้เบื่องานสำหรับมนุษย์เงินเดือน

Saturday, March 21st, 2020

อยากแก้เบื่องาน ต้องทำตามขั้นตอนนี้

ความเบื่อ คือ คนที่รู้สึกว่ามีชีวิตที่น่าเบื่อ ไม่มีชีวิตชีวา โดยเฉพาะคนที่มีอาชีพเป็นมนุษย์เงินเดือน มักจะไม่มีไฟในการทำงานเนื่องจากจะต้องทำงานในสิ่งซ้ำซากจำเจอยู่เป็นประจำและไม่มีอะไรใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิตเลย ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีวิธีแก้เบื่อเพื่อให้เกิดความรักและมีความพอใจในงาน มีอะไรบ้างมาดูกัน

อยากแก้เบื่องาน ต้องทำตามขั้นตอนนี้

หลีกเลี่ยงบรรยากาศที่ไม่ดี สถานที่ทำงานโดยส่วนใหญ่แล้ว ต้องเจอคนที่ทำงานที่มีพฤติกรรมดีและไม่ดีปะปนกันไป ถ้าเจอคนที่ดีก็ถือว่าโชคดีไปในทางตรงกันข้าม ถ้าเจอคนที่เข้ากับคุณไม่ได้เลยในทุกวัน ย่อมต้องเจอความรู้สึกเบื่อหน่ายอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น ควรโฟกัสคนที่ช่วยหรือสนับสนุนคุณในที่ทำงานเพื่อจะได้กลับมามีไฟในการทำงานอีกครั้ง

ลาพักร้อน ความรู้สึกเบื่อมาก ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร ให้หยุดพักสักระยะหนึ่ง ด้วยการลาพักร้อนเพื่อไปเที่ยวสถานที่ใหม่ ๆ อาจจะลาในระยะเวลา 1 หรือ 2 วัน หรืออาจจะนานกว่านี้ สักประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วจะรู้สึกดี คลายความเบื่อได้ไม่มากก็น้อย ถือว่าเป็นการเติมพลังให้กับคุณได้ดีเลยทีเดียว

คิดบวกกับงานที่ทำอยู่ ความเบื่อเป็นอารมณ์ทางลบ ทางที่ดีให้เปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่ด้วยการคิดว่างานที่ทำอยู่นี้ได้สร้างประโยชน์ให้กับใครบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วได้สร้างประโยชน์ให้กับองค์กร ให้กับตัวเองได้มีรายได้ในทุกเดือนไว้ใช้จ่าย ไว้เก็บและแบ่งปันให้กับครอบครัวซึ่งเป็นการเห็นคุณค่าของเงินที่ได้รับมา เมื่อเทียบกันแล้วดีกว่าคนที่ต้องตกงาน ยิ่งสมัยนี้คนไม่มีงานทำมากมาย เมื่อเห็นประโยชน์ของงานก็จะทำให้เกิดความรู้สึกกระปรี้กระเปร่ากลับคืนมาเป็นการแทนที่ความรู้สึกเบื่อได้

หางานใหม่ ในกรณีนี้ คือ หมดไฟและขาดเป้าหมายจากการทำงานที่เดิมจริง ๆ หรือเบื่อที่ต้องทำงานซ้ำซากอยู่ทุกวันและอยากค้นหาความท้าทายใหม่ในชีวิตด้วยการหาความรู้ใหม่ เป็นการเพิ่มพูนความรู้ความสามารถ เพื่อจะได้มีชีวิตชีวาในการทำงาน เริ่มต้นด้วยการส่งใบสมัครไปยังบริษัทต่าง ๆ ในตำแหน่งที่สนใจและอยากทำจริง ๆ เพียงเท่านี้ชีวิตการทำงานก็มีการเปลี่ยนไปจากเดิม ขจัดความเบื่อได้ดี

วิธีแก้เบื่องานสำหรับมนุษย์เงินเดือนข้างต้น หากได้เปรียบเทียบเสมือนการเปลี่ยนโปรแกรมตัวเองจากเดิม แล้วล้างโปรแกรมเดิมซึ่งก็คือความรู้สึกเบื่อออกไปให้หมด จากนั้นก็อัปเดตในสิ่งที่เราแนะนำดังกล่าวข้างต้น แล้วคุณจะพบว่ามีพลังงานในการทำงานมากขึ้น บางทีอาจจะทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพจากเดิมที่เคยเป็นอยู่ก็ได้ ดังนั้น อย่าลืมนำวิธีดังกล่าวไปปรับใช้ เพื่อให้คลายความเบื่อหน่าย แล้วกระตุ้นตัวเองให้มีไฟ รู้สึกสนุกในการทำงานอีกครั้ง

วิธีแก้เบื่องานสำหรับมนุษย์เงินเดือน

ข้อดีที่จะได้จากการทำงานอดิเรก 2019

Saturday, September 28th, 2019

รวบรวมข้อดีของการทำงานอดิเรก

ในแต่ละวันของคนเรามีสิ่งที่ต้องทำมากมาย ทั้งงานประจำ การเดินทาง การให้เวลากับครอบครัว แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรขาด คือ การมีเวลาทำงานอดิเรกที่ตนเองชื่นชอบอยู่เสมอ ซึ่งนักวิทยาพบว่า การมีงานอดิเรกสำคัญต่อระดับความสุขในชีวิตประจำวันอย่างมาก

เราจึงได้รวบรวมข้อดีของการทำงานอดิเรก มาฝากทุกท่าน ดังนี้

1. ทำให้ได้ผ่อนคลายความเครียด

การทำงานอดิเรก เช่น การปักผ้า วาดรูป เล่นเกมส์ ฯลฯ จะลดความคาดหวังในความสำเร็จ เพราะไม่ต้องมีเป้าหมายที่ความสมบูรณ์แบบ หรือผลลัพธ์ที่ดีที่สุดอย่างการทำงานในออฟฟิศ การได้ผ่อนคลายความเครียดเพียงวันละ 30 นาที จะทำให้มีความสุขในการทำงานในวันต่อไปมากยิ่งขึ้นได้

2. ค้นพบความสามารถตัวเองมากขึ้น

หากคุณเบื่อกับการทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ตลอดวัน แล้วอยากจะลองทำขนมคุกกี้ไว้รับประทานเองบ้าง หากทำเป็นงานอดิเรกบ่อย ๆ ก็อาจได้พบว่าตัวเองมีความสนุกกับการคิดค้นดัดแปลงสูตรขนมคุกกี้ ทำให้มีขนมอร่อยรับประทานเองและยังสามารถนำไปแจกเพื่อนบ้าน เพื่อนที่ทำงาน เพื่อสร้างความสุขและรอยยิ้มร่วมกันได้มากยิ่งขึ้นด้วย

3. ได้โอกาสพบเพื่อนใหม่ ๆ

การสร้างสัมพันธภาพที่ดีผ่านการทำงานอดิเรก เป็นสิ่งที่หลายคนชื่นชอบ ทำให้ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องราวต่าง ๆ ที่อาจนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้ ส่วนใหญ่แล้ว คนรุ่นใหม่จะชื่นชอบการพบเพื่อนใหม่ผ่านการออกกำลังกาย เช่น วิ่งในสวนสาธารณะ การเข้าคลาสโยคะ การทำงานจิตอาสา ฯลฯ ซึ่งมีกลุ่มใน Facebook เปิดรับเพื่อนใหม่ ๆ ตลอดเวลา

4. ได้ไอเดียมาปรับใช้กับการทำงาน

หลายครั้งที่งานอดิเรก เช่น การอ่านหนังสือ เล่นดนตรี จะทำให้คุณได้มีสมาธิอยู่กับตัวเอง และเกิดการตกผลึกไอเดียบางอย่าง ที่นำมาปรับใช้กับการทำงานประจำได้ เช่น ได้แนวคิดด้านจิตวิทยาในการรับมือกับเพื่อนร่วมงานที่ความเห็นขัดแย้งกัน การต่อยอดไอเดียโปรเจกต์ใหม่ส่งเจ้านาย เป็นต้น

5. ต่อยอดสร้างรายได้จากงานอดิเรก

คนที่ชอบเดินทางไปท่องเที่ยวในเวลาในวันหยุดพักผ่อน นับว่าเป็นงานอดิเรกที่สามารถก่อให้เกิดรายได้ เพียงอัดคลิปวีดีโอเอาขึ้นในโซเชียลไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram หรือ YouTube ก็สามารถมีผู้ติดตาม จนมีการติดต่อเป็นสปอนเซอร์จากบริษัทสินค้าต่าง ๆ ทำให้มีรายได้จากสิ่งที่คุณรักได้

ข้อดีที่จะได้จากการทำงานอดิเรก 2019

จะเห็นได้ว่าการทำงานอดิเรกมีข้อดีอยู่หลายด้าน ซึ่งแต่ละคนจะมีความชื่นชอบและมีอุปนิสัยที่แตกต่างกัน หวังว่าบทความนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกท่านเลือกทำในสิ่งที่ตรงกับความสนใจของตัวเอง เพื่อสร้างความสุข ความผ่อนคลายและอาจต่อยอดสร้างรายได้ให้อีกทางหนึ่งด้วย

อาชีพที่จะมาแรงใน 5 ปีข้างหน้ามีอะไรบ้าง

Sunday, August 18th, 2019

อาชีพที่จะมาแรงใน 5 ปีข้างหน้ามีอะไรบ้าง

ปัจจุบันเราอยู่ในยุค 5G ที่มีการใช้เทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ เพื่อการทำงานอย่างหลากหลายด้าน ซึ่งส่งผลต่อแนวโน้มอาชีพที่จะมาแรง หรือมีอัตราการจ้างงานสูงในอนาคต เป็นที่ต้องการของตลาดจำนวนมาก

บทความนี้ เราจึงได้รวบรวมอาชีพที่น่าสนใจและจะมาแรงในอีก 5 ปีนี้ เพื่อให้ทุกท่านได้เตรียมตัวเสริมความรู้และฝึกฝนทักษะ เพื่อให้มีโอกาสในการได้ทำงานมากยิ่งขึ้น ดังนี้

1. อาชีพเกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูล

เนื่องจากเรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมที่เป็น Big Data มีข้อมูลจากทั่วโลกรวมอยู่ในฐานข้อมูลระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งสำคัญต่อการวางแผนกิจการ ธุรกิจต่าง ๆ เช่น การตลาด การโฆษณา การวางยุทธศาสตร์เพื่อการลงทุน งานที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูลจึงเป็นอาชีพที่มีความต้องการสูงในอนาคต ซึ่งหากมีความรู้ทางด้านของคณิตศาสตร์และความรอบรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์ ก็จะยิ่งทำให้มีโอกาสเติบโตได้อย่างมาก

2. นักจิตวิทยา

เนื่องจากมีการศึกษาพบว่า ผู้คนในปัจจุบันมีความเครียดสูงจากการทำงานและปัญหาในชีวิตครอบครัว จึงต้องการที่ปรึกษาที่มีความรู้เฉพาะด้าน นักจิตวิทยาจึงเป็นอาชีพที่เป็นที่ต้องการของท้องตลาด ทั้งนี้มีแนวโน้มว่า จะมีผู้ต้องการคำปรึกษาตั้งแต่วัยเรียน จนถึงผู้สูงอายุมากยิ่งขึ้นกว่าปัจจุบันเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

3. นักวิจัย

ประเทศไทยต้องการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมอย่างมาก จึงมีหน่วยงานจำนวนมากพร้อมสนับสนุนให้ทุนวิจัย เพื่อการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่มีประโยชน์ต่อประเทศ นักวิจัยจึงเป็นสาขาอาชีพที่ขาดแคลนในอนาคต ผู้ที่สนใจการทำงานในห้องทดลองวิทยาศาสตร์หรือการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ มีแนวโน้มที่จะได้รับอัตราเงินเดือนที่สูงมากกว่าอาชีพอื่น ๆ

4. นักพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์

เป็นสาขาอาชีพที่ตอบโจทย์การทำงานในยุค 5G อย่างมาก ทุกองค์กรต่างต้องการบุคลากรที่สามารถพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้สอดคล้องกับการใช้งานที่ทันสมัย มีความเสถียรและความปลอดภัยในการรักษาความลับของหน่วยงานสูง ไม่ว่า ธนาคาร รัฐวิสาหกิจหรือแม้แต่หน่วยงานราชการ ก็มีตำแหน่งงานว่างรอผู้มีความสามารถด้านนี้เสมอ

5. อาชีพผู้ดูแลผู้สูงอายุ

เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่ภาวะสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ต้องการให้เป็นช่วงวัยที่สุขภาพทรุดโทรมและต้องการผู้ดูแลตลอดเวลา ผู้ที่มีความรู้ตามหลักการแพทย์และมีจิตใจที่รักในงานบริการช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุ เช่น พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล ผู้ดูแลผู้ป่วยในศูนย์สุขภาพ ฯลฯ จะเป็นที่ต้องการในอนาคตอย่างมาก

ทั้ง 5 กลุ่มอาชีพที่กล่าวมา เป็นงานที่กำลังได้รับความนิยมในอนาคตอันใกล้นี้ โดยมาจากไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป ความก้าวหน้าของระบบเทคโนโลยี รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจสังคม ผู้ที่กำลังเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคต จึงควรเตรียมความพร้อมเสียแต่วันนี้ จะได้มีโอกาสที่จะเติบโตในหน้าที่การงานมากยิ่งขึ้น

รวบรวมอาชีพที่น่าสนใจและจะมาแรงในอีก 5 ปี