Author: Leo Adams

ผ้าทอใยกล้วย จากภูมิปัญญาล้านนาสู่หัตถกรรมสร้างรายได้

กล้วย คือผลไม้พื้นบ้านที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากเสียจนนับไม่ถ้วน ซึ่งนอกจากจะนำส่วนต่าง ๆ ของกล้วยมาปรุงเป็นอาหารรับประทานได้เกือบทุกส่วนแล้ว คนไทยยังนำกาบกล้วยมาต่อยอดสร้างสรรค์งานหัตถศิลป์ได้อย่างน่าชื่นชม โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ทางภาคเหนือได้ทำการค้นคว้า วิจัยและพัฒนาต่อยอดจากเส้นใยกล้วย จนกลายเป็นผ้าทอใยกล้วยที่มีอัตตลักษณ์จากภูมิปัญญาของชาวล้านนาสู่วงการแฟชั่นระดับประเทศ ด้วยคุณสมบัติพิเศษหลายประการของเส้นใยกล้วย เช่น มีความแข็งแรง ทนทาน เหนียวนุ่ม มันเงา ระบายอากาศ และช่วยระบายอากาศได้ดี จึงสามารถนำไปปั่นผสมกับเส้นใยอื่น ๆ เพื่อนำใช้ในอุตสาหกรรมการทอผ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระบวนการผลิตผ้าทอใยกล้วย เริ่มจากการเลือกกล้วยที่ตัดเครือกล้วยออกไปแล้ว นำมาหั่นเป็นท่อน ๆ ยาวท่อนละ 60 เซนติเมตร จากนั้นลอกเปลือกชั้นนอกออก เลือกใช้กาบกล้วยตั้งแต่ชั้นที่ 2 จนถึงชั้นที่ 6 ตัดให้เหลือความกว้างประมาณ 3 นิ้ว ปอกผิวส่วนนอกออกแล้วใช้มีดขูดใยกล้วยตามความยาวจากบนลงล่าง นำใยกล้วยที่ได้ไปผึ่งแดดลมให้แห้ง แล้วจึงย้อมด้วยสีที่ได้จากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น สีแดงได้จากครั่ง หรือ เปลือกสะเดา สีม่วงจากดอกอัญชัน สีเหลืองจากขมิ้น และสีดำจากผลมะเกลือ เป็นต้น” โดยหลังจากทำการย้อมสีเส้นใยกล้วยแล้ว ช่างทอผ้าจะนำไปขึ้นเส้นยืนและทอกี่กระทบ จนกลายเป็นผ้าทอใยกล้วยสำเร็จรูปเพื่อจำหน่ายสร้างรายได้ หรือนำไปใช้ออกแบบ ตัดเย็บ เสื้อผ้า

ทำไมมีคนนิยมนำผ้าขาวม้า มาตัดเป็นชุดทำงาน

ผ้าขาวม้าเป็นผ้าที่ได้ผลิตมาใช้ประโยชน์หรือมีคุณค่าตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว เช่น นุ่งอาบน้ำ นุ่งแทนกางเกง โพกศีรษะกันแดด เป็นต้น และได้มีการพัฒนาเป็นเสื้อผ้าที่เป็น “ชุดผ้าขาวม้า” ซึ่งเป็นที่นิยมโดยเฉพาะกลุ่มคนในวัยทำงาน ก่อนที่ได้พัฒนาและได้ปรับประยุกต์ไปเป็นชุดทำงานขาวม้านั้น ผ้าขาวม้าได้ขึ้นชื่อและเป็นที่ยอมรับแพร่หลายในประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่ก่อนแล้ว เนื่องมาจากพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ไปเยือน โดยทรงฉลองพระองค์เสื้อผ้าไทยลักษณะผ้าขาวม้าลายสี่เหลี่ยมที่มีสีดำกับขาวอย่างงดงามจนได้รับคำสรรเสริญจากชาวต่างชาติ หลายคนมองว่า ผ้าขาวม้ามีแต่ชาวบ้านที่นิยมสวมใส่กันเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วเป็นที่ชื่นชอบในระดับนานาชาติเลยทีเดียว ทำให้มีการพัฒนาจนได้ตัดเย็บในรูปแบบที่ทันสมัย ประณีตสวยงามมากขึ้นกว่าเดิมและได้สืบทอดจนถึงยุคนี้ โดยเฉพาะที่เป็น “ชุดทำงานผ้าขาวม้า” เมื่อผ้าขาวม้าได้สร้างคุณค่าจนเป็นที่รู้จักให้กับผู้คนมากมาย ก็จะเป็นกำลังใจและสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยในการอนุรักษ์ชุดทำงานผ้าขาวม้ารุ่นสู่รุ่นต่อไป ลวดลายของผ้าขาวม้าจะเป็นแบบตารางหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ลวดลายสก็อต ลายทางหรือสี่เหลี่ยมก็ได้ซึ่งจะมีสีที่หลากหลายให้เลือกตามใจชอบ เช่น แดง เขียว ส้ม เหลือง ขาว เป็นต้น และแต่ละสีมีความสดใสตัดกันอย่างงดงาม โดยเฉพาะบางชุดจะมีสีตัดซ้อนกัน 4 – 5 สีหรืออาจมากกว่านั้นก็ได้ ด้วยเหตุนี้ ทำให้ชุดทำงานผ้าขาวม้า มีเสน่ห์จนรู้สึกอยากซื้อมาสวมใส่ไปทำงานกัน เนื้อผ้าที่ดีเยี่ยม ไม่แพ้เนื้อผ้าชนิดอื่น ชุดทำงานผ้าขาวม้ามีระดับคุณภาพอย่างดีเยี่ยมเนื่องจากผู้ผลิตชุดผ้าขาวม้า มีความชำนาญและใส่ใจรายละเอียดของชุดทุกขั้นตอนโดยการใช้ศาสตร์และศิลป์ ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบลวดลาย การเลือกใช้ผ้าและสีที่ทนทาน การตัดเย็บชุด รวมไปถึงการจัดจำหน่ายในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าหรือผู้สวมใส่ในกลุ่มวัยทำงานให้ได้มากที่สุด ถึงแม้ว่าในยุคก่อนมีคนใช้หรือสนใจลดน้อยลงไป

ปั่นจักรยาน เผาผลาญไขมันบริเวณหน้าท้อง

ไขมันในร่างกายของทุกคนควรมี 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นพลังงานสำรอง แต่ถ้ามีไขมันเกินกว่านี้ อาจจะเป็น 35 หรือ 40 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม ก็จะรู้สึกได้ว่าอ้วนและเกิดพุงทำให้เกิดความกังวลได้ แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนที่คุณจะใช้วิธีการลดพุงที่เรากำลังจะกล่าวถึงเพื่อลดความเสี่ยงจากโรคอ้วน คุณต้องสังเกตและสำรวจตัวเองให้ออกก่อนว่ามีพุงที่เกิดจากไขมันหรือไม่ เพราะบางคนท้องป่องที่เกิดจากอาการท้องผูก การขับถ่ายไม่ดี มีแก๊สในท้อง ท้องอืด ซึ่งไม่เกี่ยวกับการมีพุงหรือความอ้วนแต่อย่างใด และเมื่อแยกได้แล้วว่าเป็นคนอ้วนลงพุงที่เกิดจากไขมัน ให้เตรียมตัววิธีลดพุงที่เรานำมาฝาก ดังต่อไปนี้ วิธีวอร์มอัพก่อนเล่นกีฬาด้วยการปั่นจักรยาน วิธีที่ 1 การหายใจด้วยการแขม่วท้อง เป็นวิธีลดพุงที่ง่าย ทุกคนสามารถทำได้ในช่วงก่อนปั่นจักรยานเป็นประจำอย่างน้อย 1 เดือน เพียงเริ่มต้นด้วยการหายใจเข้าลึก ๆ สังเกตได้ว่าท้องจะป่อง จากนั้นให้นับหนึ่งถึงสิบ ถือว่าเป็นวิธีที่ทำให้ลดพุงแล้ว ยังช่วยให้คนที่ไม่ค่อยมีเอว เริ่มกลับมามีเอวได้อีกด้วย วิธีที่ 2 การใช้ท่าแพลงก์, ซิทอัพ, CRUNCH หรือการยกขา อาจจะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งที่คิดว่าถนัดและชื่นชอบที่สุด จะได้ไม่ฝืนตัวเองมากเกินไป วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่มีเอวแต่มีพุงป่องและมีกล้ามเนื้อหย่อนหรือไม่กระชับเพราะกลุ่มคนเหล่านี้ เมื่อมีการใช้ท่าแพลงก์, ซิทอัพ, CRUNCH หรือการยกขา ได้อย่างต่อเนื่องแล้ว ก็จะช่วยบริหารในส่วนกล้ามเนื้อหน้าท้องหรือที่เรียกว่าซิกแพ็ก ได้ดี

โรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุคนไทย

ประเทศไทยถือได้ว่าเป็นสังคมที่มีผู้สูงอายุจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวัยอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป จัดว่าเป็นวัยที่มีความเสื่อมของร่างกายและอวัยวะภายในต่าง ๆ อย่างมาก ผู้ที่เป็นบุตรหลานจึงต้องสนใจโรคที่เกิดกับปู่ย่าตายาย เพื่อนำไปสู่การรักษาอย่างถูกต้องตรงสาเหตุโดยเร็ว ในบทความนี้ เราจึงขอยกตัวอย่างโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุคนไทยมาฝากกัน ดังนี้ 1. โรคเบาหวาน โรคเบาหวานเป็นภาวะผิดปกติของระบบการผลิตฮอร์โมนอินซูลินจากตับอ่อน เมื่ออายุมากขึ้นจะทำให้ฮอร์โมนชนิดนี้สร้างน้อยลง ผลที่ตามมาคือระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งจะทำให้เกิดอาการปัสสาวะบ่อย หิวน้ำบ่อยขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกอ่อนเพลียและน้ำหนักตัวลดลง หากปล่อยไว้ ไม่ทำการรักษาก็จะทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนต่อเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงอวัยวะที่สำคัญ คือ ดวงตาและไต ทำให้ตาบอดหรือไตวายได้ 2. โรคข้อเข่าเสื่อม ตามสถิติแล้ว ผู้สูงอายุเพศหญิงจะมีปัญหาข้อเข่าเสื่อมมากกว่าเพศชาย ทั้งนี้ ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือเป็นโรคอ้วน จะะทำให้ข้อเข่าเสื่อมได้เร็วยิ่งขึ้นด้วย อาการอักเสบที่เห็นได้ง่าย คือ ข้อเท้าที่บวมนูนขึ้นชัดเจน อาจจะมีอาการขาโก่งผิดปกติ หรือเหยียดขาได้ไม่เต็มที่ร่วมด้วย และหากมีปัญหาโรคกระดูกพรุนร่วมด้วย ก็จะทำให้มีอาการปวดอักเสบรุนแรงขึ้น หลังและขาคดงออย่างรุนแรง 3. โรคทางดวงตา โรคตาที่พบในผู้สูงวัย ได้แก่ จอประสาทตาเสื่อม ต้อหิน ต้อกระจก ฯลฯ ซึ่งจะมีอาการแตกต่างกันไป เช่น ปวดตา ตาพร่ามัว โฟกัสภาพไม่ชัด ฯลฯ

เคล็ดลับ สร้างความมั่นใจเปลี่ยนไปเป็นอีกคน

ความมั่นใจเป็นสิ่งหนึ่งที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ แสดงให้เห็นว่ามีความสามารถกับความภูมิใจในตัวเอง ด้วยเหตุนี้ เราจึงมาบอกสาเหตุที่ขาดความมั่นใจพร้อม 4 เคล็ดลับ ที่ช่วยสร้างความมั่นใจเปลี่ยนไปอีกคนอย่างได้ผล โดยที่ไม่ต้องเสียเงินหรือเสี่ยงเจ็บตัวการไปศัลยกรรมแต่อย่างใด ซึ่งมีอะไรบ้าง มาดูกัน สาเหตุที่ขาดความมั่นใจ – การเลี้ยงดูจากคนในครอบครัวจะเป็นในลักษณะแบบทะนุถนอม คอยช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรก็ตาม จึงไม่เคยแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง เมื่อเวลาเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาในชีวิตก็แก้ไม่ได้เพราะไม่มีประสบการณ์ในการแก้ปัญหา ส่งผลให้ขาดความมั่นใจ – การเลี้ยงดูจากคนในครอบครัวในลักษณะมีความรุนแรง เช่น พ่อแม่ทำร้ายลูกหรืออาจจะดุด่าในขณะที่ลูกจะแสดงความคิดเห็น ทำให้ลูกเกิดความกลัวจนไม่กล้าแสดงออกหรือแสดงความคิดเห็นออกมา – ความเชื่อผิด ๆ ที่ปลูกฝังมาด้วยความคิดที่ว่า “ทำดีแต่อย่าเด่นเพราะจะเป็นภัย” ทำให้บางคนไม่กล้าที่จะแสดงความคิดเห็นเพราะเกรงว่าจะเด่นเกินเพื่อน หรืออาจจะถูกหาว่าประจบเจ้านาย – คาดหวังไว้สูงเกินไป เมื่อถึงเวลาไม่สามารถทำได้ตามมาตรฐานที่ตั้งไว้ ทำให้เกิดความผิดหวังและรู้สึกเสียใจ จากนั้นมองเห็นแต่ข้อไม่ดีและตำหนิตัวเองว่าไม่มีความรู้ความสามารถที่จะทำสิ่งนั้นให้สำเร็จได้ เมื่อรู้สึกด้อยค่า จึงทำให้ขาดความมั่นใจ 4 วิธีสร้างความมั่นใจเพื่อเปลี่ยนไปเป็นอีกคน เคล็ดลับที่ 1 ไม่กลัวความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ทุกคนไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ล้วนเคยมีความผิดพลาดเป็นเรื่องธรรมดา เพราะฉะนั้น อย่ากลัวคนปฏิเสธหรือกลัวอะไรก็ตามและหากเมื่อไหร่เกิดความล้มเหลว ก็ให้เรียนรู้แล้วพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องจนมีความเก่งขึ้น ก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจได้เอง เคล็ดลับที่ 2 รับผิดชอบตัวเอง การรับผิดชอบบ่งบอกถึงการไม่ปล่อยปละละเลยชีวิตของตัวเอง หมายความว่า ไม่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ

วิธีแก้เบื่องานสำหรับมนุษย์เงินเดือน

ความเบื่อ คือ คนที่รู้สึกว่ามีชีวิตที่น่าเบื่อ ไม่มีชีวิตชีวา โดยเฉพาะคนที่มีอาชีพเป็นมนุษย์เงินเดือน มักจะไม่มีไฟในการทำงานเนื่องจากจะต้องทำงานในสิ่งซ้ำซากจำเจอยู่เป็นประจำและไม่มีอะไรใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิตเลย ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีวิธีแก้เบื่อเพื่อให้เกิดความรักและมีความพอใจในงาน มีอะไรบ้างมาดูกัน อยากแก้เบื่องาน ต้องทำตามขั้นตอนนี้ หลีกเลี่ยงบรรยากาศที่ไม่ดี สถานที่ทำงานโดยส่วนใหญ่แล้ว ต้องเจอคนที่ทำงานที่มีพฤติกรรมดีและไม่ดีปะปนกันไป ถ้าเจอคนที่ดีก็ถือว่าโชคดีไปในทางตรงกันข้าม ถ้าเจอคนที่เข้ากับคุณไม่ได้เลยในทุกวัน ย่อมต้องเจอความรู้สึกเบื่อหน่ายอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น ควรโฟกัสคนที่ช่วยหรือสนับสนุนคุณในที่ทำงานเพื่อจะได้กลับมามีไฟในการทำงานอีกครั้ง ลาพักร้อน ความรู้สึกเบื่อมาก ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร ให้หยุดพักสักระยะหนึ่ง ด้วยการลาพักร้อนเพื่อไปเที่ยวสถานที่ใหม่ ๆ อาจจะลาในระยะเวลา 1 หรือ 2 วัน หรืออาจจะนานกว่านี้ สักประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วจะรู้สึกดี คลายความเบื่อได้ไม่มากก็น้อย ถือว่าเป็นการเติมพลังให้กับคุณได้ดีเลยทีเดียว คิดบวกกับงานที่ทำอยู่ ความเบื่อเป็นอารมณ์ทางลบ ทางที่ดีให้เปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่ด้วยการคิดว่างานที่ทำอยู่นี้ได้สร้างประโยชน์ให้กับใครบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วได้สร้างประโยชน์ให้กับองค์กร ให้กับตัวเองได้มีรายได้ในทุกเดือนไว้ใช้จ่าย ไว้เก็บและแบ่งปันให้กับครอบครัวซึ่งเป็นการเห็นคุณค่าของเงินที่ได้รับมา เมื่อเทียบกันแล้วดีกว่าคนที่ต้องตกงาน ยิ่งสมัยนี้คนไม่มีงานทำมากมาย เมื่อเห็นประโยชน์ของงานก็จะทำให้เกิดความรู้สึกกระปรี้กระเปร่ากลับคืนมาเป็นการแทนที่ความรู้สึกเบื่อได้ หางานใหม่ ในกรณีนี้ คือ หมดไฟและขาดเป้าหมายจากการทำงานที่เดิมจริง ๆ หรือเบื่อที่ต้องทำงานซ้ำซากอยู่ทุกวันและอยากค้นหาความท้าทายใหม่ในชีวิตด้วยการหาความรู้ใหม่ เป็นการเพิ่มพูนความรู้ความสามารถ

SERP คืออะไร ทำไมคนทำเว็บไซต์ SEO ต้องรู้จัก

SERP เป็นหน้าจอแสดงผลแบบรวมบนระบบอินเทอร์เน็ต เทียบได้กับหน้าต่างบานแรกหรือแคตาล็อกสินค้า ที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะได้ทำความรู้จักกับเว็บไซต์ของคุณในเบื้องต้น เมื่อพิมพ์หาด้วยคำสำคัญหนึ่ง ๆ ถ้าคุณสามารถที่จะทำอันดับ SEO ของเว็บไซต์ตัวเองให้อยู่ในอันดับต้น ๆ ของ SERP ได้ก็เท่ากับเพิ่มโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจกับรายอื่น และเพิ่มความเชื่อมั่นในการสั่งซื้อสินค้าและบริการจากลูกค้าด้วย SERP ย่อมาจาก Search Engine Result Page เป็นหน้าจอรวม ที่แสดงผลการสืบค้น เมื่อผู้ใช้งาน Google พิมพ์หาร้านค้า สินค้า หรือหาข้อมูลอื่น ๆ ในช่อง Search ด้วยคำสำคัญ หรือ keyword ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ก็จะแสดงผลตามอันดับ SEO ที่ระบบอัลกอริธึมของ Google ประมวลไว้ ตัวอย่างเช่น พิมพ์ว่า ร้านดอกไม้ออนไลน์ ยอดฮิต แล้วคลิกปุ่ม Enter ก็จะปรากฏชื่อของร้านดอกไม้ในโลกอินเทอร์เน็ตออกมา 10-20 อันดับเว็บไซต์ ซึ่งการค้นหานี้ แสดงว่าคนเหล่านั้นกำลังต้องการสั่งซื้อหรือหาข้อมูลเกี่ยวกับดอกไม้ที่น่าสนใจ จัดดอกไม้สวย มีความน่าเชื่อถือสูง ที่เปิดหน้าร้านทางอินเทอร์เน็ต โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปสำรวจที่ร้านด้วยตัวเองให้เสียเวลา หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ทำ

ยาสามัญประจำบ้าน ต้องมีไว้เผื่อฉุกเฉิน

อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า ‘ยารักษาโรค’ เป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ที่สำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ไม่ว่าคุณจะประกอบอาชีพอะไรล้วนป่วยได้เสมอ ด้วยเหตุนี้กระทรวงสาธารณสุขจึงได้มีการกำหนดชนิดของยาสามัญที่ประชาชนควรมีติดบ้านเอวไว้ เพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยของตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปพบแพทย์ให้เสียค่าใช้จ่ายและเวลาเดินทาง สำหรับในปัจจุบันได้มีการระบุยาสามัญประจำบ้านไว้จำนวนทั้งสิ้น 53 ชนิด แบ่งได้เป็น 16 กลุ่ม ซึ่งแน่นอนว่าส่วนใหญ่อาจมีติดบ้านไม่ครบทุกกลุ่ม แต่ยาสามัญประจำบ้านกลุ่มไหนที่จำเป็นต้องมีติดบ้านเผื่อไว้ใช้ยามฉุกเฉินบ้างนั้น ลองอ่านดูนะคะ กลุ่มยาบรรเทาปวดลดไข้ ยากลุ่มแรกที่ขาดไม่ได้โดยเด็ดขาดคือ กลุ่มยาบรรเทาปวดและลดไข้ เป็นอาการที่ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นจึงว่าควรมีไว้ติดบ้านทั้งแบบยาเม็ดและยาน้ำ สำหรับยากลุ่มนี้ ได้แก่ ยาพาราเซตามอล ยาแอสไพริน และแผ่นแปะบรรเทาอาการปวดลดไข้ กลุ่มยาดม หรือยาทาแก้วิงเวียน หน้ามืด คัดจมูก บรรเทาอาการหายใจไม่ออก หากในบ้านมีผู้สูงอายุอาศัยร่วมอยู่ด้วย ห้ามขาดยากลุ่มนี้อย่างเด็ดขาด จากคำโปรยที่ว่าเช็คผลบอลสดทีมโปรดแพ้ชวนเป็นลม คงต้องพึ่งยาดมสูดกลิ่นหอมก่อนขาดใจตาย เพราะมีโอกาสได้ใช้แน่นอน สำหรับยาในกลุ่มนี้ประกอบไปด้วย ยาดม เหล้าแอมโมเนีย ยาแก้คัดจมูก ยาขี้ผึ้งบรรเทาอาการคัดจมูก แนะนำว่าควรมียาหอม ซึ่งเป็นยาแผนโบราณสามัญประจำบ้าน เพื่อใช้คู่กับยาดมเมื่อผู้สูงอายุวิงเวียนศีรษะ กลุ่มยาบรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ ต้องยอมรับว่าบ้างครั้งหลายคนก็รู้สึกปวดท้องขึ้นหลังจากรับประทานอาหารมื้อใหญ่ โดยเฉพาะคนที่ชอบอาหารจำพวกบุฟเฟ่ต์เป็นชีวิตจิตใจ หากมีอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ บ่อย ๆ

อยากเปิดร้านขายยา ต้องรู้อะไรบ้าง

การทำธุรกิจร้านขายยาเป็นงานที่น่าสนใจและสร้างรายได้ดี แต่ก็ต้องมีความรับผิดชอบและศึกษาองค์ประกอบอย่างรอบด้าน จึงจะทำให้คุณสามารถเปิดร้านขายยาของตัวเองได้โดยมีรายได้สม่ำเสมอสามารถแข่งขันกับร้านขายยาแบบสาขาและร้านขายยาในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งมีสาขามากมายอยู่ทั่วประเทศได้ การเปิดร้านขายยาที่ถูกต้องนั้น ควรศึกษาจากเอกสารการขออนุญาตเปิดร้าน โดยขอรับได้จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ทำเลร้าน และต้องมีเภสัชกรประจำร้าน ซึ่งมีระยะเวลาในการอยู่ประจำที่ชัดเจน โดยจะมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานของรัฐไปตรวจเป็นประจำ ร้านขายยายุคใหม่จึงควรเป็นกิจการที่เจ้าของเป็นเภสัชกรเอง จึงจะมีคุณภาพในการจ่ายยาและยังประหยัดต้นทุนในการจ้างเภสัชกรได้ นอกจากเรื่องผู้ปฏิบัติการหรือเภสัชกรแล้ว ยังต้องศึกษาเรื่องของต้นทุนของร้านขายยาด้วย ต้นทุนทางธุรกิจของร้านขายยา ค่าตู้ – ในร้านต้องมีทั้งตู้ยา ตู้เย็นเก็บยาแช่เย็น เช่น ยาเหน็บ ยาหยอดตาบางประเภท ป้ายไฟส่องสว่าง เคาน์เตอร์ยากระจกใส โต๊ะให้คำปรึกษาอุปกรณ์ ฯลฯ รวมถึงเครื่องวัดความดันโลหิต ที่วัดส่วนสูง ที่ชั่งน้ำหนัก โดยรวมจะมีมูลค่าอยู่ตั้งแต่ 50,000-100,000 บาท ค่ายา – ได้แก่ ยาเม็ด ยาน้ำ ยาทาภายนอก อาหารเสริมต่าง ๆ รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น ไม้เท้า รถเข็น เครื่องวัดความดันโลหิต ฯลฯ โดยเฉลี่ยต้องลงทุนประมาณ 1 แสนบาท ค่าเช่าพื้นที่ – หากเป็นพื้นที่ติดถนน อยู่ในย่านชุมชน ใกล้สถานที่ราชการหรือมหาวิทยาลัย จะมีค่าเช่าอยู่ที่เดือนละ

เทคนิคสังเกตธุรกิจแชร์ลูกโซ่

ในระยะ 1-2 ปีมานี้ มีข่าวธุรกิจแชร์ลูกโซ่และการชักชวนลงทุนธุรกิจแบบผิดกฎหมายจำนวนมาก โดยใช้ผลประโยชน์เข้าเป็นตัวชี้นำให้มีการหลงเชื่อว่าจะเป็นธุรกิจที่มีความยั่งยืนและสามารถสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยได้จริง เราจึงรวบรวมเทคนิคที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนแนะนำมาให้ทุกคนได้สังเกตเพื่อระมัดระวังการตกเป็นเหยื่อของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ดังนี้ สังเกตการตกเป็นเหยื่อของแชร์ลูกโซ่ 1. ชักชวนไม่จำกัด ธรรมชาติของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ จะเน้นการบอกต่อชวนให้มาทำการลงทุนในธุรกิจรูปแบบต่าง ๆ โดยนำผลประโยชน์เป็นตัวตั้ง ซึ่งมักจะมีการเปิดระดมทุนจากบุคคลทั่วไป แบบไม่มีขั้นต่ำ โดยจะมีการนำตัวเลขดอกเบี้ยหรือปันผลที่ได้จากเงินลงทุนที่สูงกว่าอัตราในท้องตลาดเป็นตัวหลอกล่อ 2. ผลตอบแทนไม่ขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจ หลายคนที่เคยทำธุรกิจจะพบว่าหากมีเงินลงทุนจำนวนหนึ่ง กว่าจะได้กำไรหรือผลตอบแทนกลับมาเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ ยังเป็นเรื่องยาก และยังต้องขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดหรือเศรษฐกิจสังคมในช่วงเวลานั้นด้วย แต่ผู้ที่ชวนลงทุนธุรกิจแบบแชร์ลูกโซ่จะไม่มีการคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยงของสภาวะดังกล่าวเลย ทั้งยังมีการการันตีว่า จะได้ตัวเลขปันผลที่ชัดเจนมากกว่า 5-10 เปอร์เซ็นต์ ในระยะเวลาทุก 3 วัน 5 วัน หรือ 1 เดือน อีกด้วย ซึ่งผู้ชักชวนจะมีเทคนิคในการหว่านล้อมให้เชื่อเพื่อเกิดการลงทุนอย่างต่อเนื่องด้วย 3. ไม่มีการจดทะเบียนในรูปแบบบริษัท ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ จะใช้วิธีการหาลูกข่ายแบบปากต่อปากหรือแนะนำบอกต่อทางสื่อโซเชียล ซึ่งจะไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลทางการเงินได้ง่าย ๆ หากคุณไม่แน่ใจว่ากำลังตกเป็นเหยื่อของการชักชวนให้ทำธุรกิจผิดกฎหมายหรือไม่ ควรขอดูเลขหมายเลขทะเบียนการค้า หรือรายละเอียดบริษัทที่ชวนไปลงทุน โดยหาข้อมูลเบื้องต้นได้จากเว็บไซต์ของกระทรวงพาณิชย์ หรือหากมีการอ้างอิงว่า มีการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ก็สามารถหาข้อมูลได้จากเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อตรวจสอบว่ามีข้อมูลอยู่จริงหรือไม่ 4. อ้างถึงผู้มีชื่อเสียงมากกว่าผลิตภัณฑ์