ในระยะ 1-2 ปีมานี้ มีข่าวธุรกิจแชร์ลูกโซ่และการชักชวนลงทุนธุรกิจแบบผิดกฎหมายจำนวนมาก โดยใช้ผลประโยชน์เข้าเป็นตัวชี้นำให้มีการหลงเชื่อว่าจะเป็นธุรกิจที่มีความยั่งยืนและสามารถสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยได้จริง เราจึงรวบรวมเทคนิคที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนแนะนำมาให้ทุกคนได้สังเกตเพื่อระมัดระวังการตกเป็นเหยื่อของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ดังนี้ สังเกตการตกเป็นเหยื่อของแชร์ลูกโซ่ 1. ชักชวนไม่จำกัด ธรรมชาติของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ จะเน้นการบอกต่อชวนให้มาทำการลงทุนในธุรกิจรูปแบบต่าง ๆ โดยนำผลประโยชน์เป็นตัวตั้ง ซึ่งมักจะมีการเปิดระดมทุนจากบุคคลทั่วไป แบบไม่มีขั้นต่ำ โดยจะมีการนำตัวเลขดอกเบี้ยหรือปันผลที่ได้จากเงินลงทุนที่สูงกว่าอัตราในท้องตลาดเป็นตัวหลอกล่อ 2. ผลตอบแทนไม่ขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจ หลายคนที่เคยทำธุรกิจจะพบว่าหากมีเงินลงทุนจำนวนหนึ่ง กว่าจะได้กำไรหรือผลตอบแทนกลับมาเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ ยังเป็นเรื่องยาก และยังต้องขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดหรือเศรษฐกิจสังคมในช่วงเวลานั้นด้วย แต่ผู้ที่ชวนลงทุนธุรกิจแบบแชร์ลูกโซ่จะไม่มีการคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยงของสภาวะดังกล่าวเลย ทั้งยังมีการการันตีว่า จะได้ตัวเลขปันผลที่ชัดเจนมากกว่า 5-10 เปอร์เซ็นต์ ในระยะเวลาทุก 3 วัน 5 วัน หรือ 1 เดือน อีกด้วย ซึ่งผู้ชักชวนจะมีเทคนิคในการหว่านล้อมให้เชื่อเพื่อเกิดการลงทุนอย่างต่อเนื่องด้วย 3. ไม่มีการจดทะเบียนในรูปแบบบริษัท ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ จะใช้วิธีการหาลูกข่ายแบบปากต่อปากหรือแนะนำบอกต่อทางสื่อโซเชียล ซึ่งจะไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลทางการเงินได้ง่าย ๆ หากคุณไม่แน่ใจว่ากำลังตกเป็นเหยื่อของการชักชวนให้ทำธุรกิจผิดกฎหมายหรือไม่ ควรขอดูเลขหมายเลขทะเบียนการค้า หรือรายละเอียดบริษัทที่ชวนไปลงทุน โดยหาข้อมูลเบื้องต้นได้จากเว็บไซต์ของกระทรวงพาณิชย์ หรือหากมีการอ้างอิงว่า มีการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ก็สามารถหาข้อมูลได้จากเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อตรวจสอบว่ามีข้อมูลอยู่จริงหรือไม่ 4. อ้างถึงผู้มีชื่อเสียงมากกว่าผลิตภัณฑ์