ยาสามัญประจำบ้าน ต้องมีไว้เผื่อฉุกเฉิน

อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า ‘ยารักษาโรค’ เป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ที่สำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ไม่ว่าคุณจะประกอบอาชีพอะไรล้วนป่วยได้เสมอ ด้วยเหตุนี้กระทรวงสาธารณสุขจึงได้มีการกำหนดชนิดของยาสามัญที่ประชาชนควรมีติดบ้านเอวไว้ เพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยของตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปพบแพทย์ให้เสียค่าใช้จ่ายและเวลาเดินทาง สำหรับในปัจจุบันได้มีการระบุยาสามัญประจำบ้านไว้จำนวนทั้งสิ้น 53 ชนิด แบ่งได้เป็น 16 กลุ่ม ซึ่งแน่นอนว่าส่วนใหญ่อาจมีติดบ้านไม่ครบทุกกลุ่ม แต่ยาสามัญประจำบ้านกลุ่มไหนที่จำเป็นต้องมีติดบ้านเผื่อไว้ใช้ยามฉุกเฉินบ้างนั้น ลองอ่านดูนะคะ กลุ่มยาบรรเทาปวดลดไข้ ยากลุ่มแรกที่ขาดไม่ได้โดยเด็ดขาดคือ กลุ่มยาบรรเทาปวดและลดไข้ เป็นอาการที่ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นจึงว่าควรมีไว้ติดบ้านทั้งแบบยาเม็ดและยาน้ำ สำหรับยากลุ่มนี้ ได้แก่ ยาพาราเซตามอล ยาแอสไพริน และแผ่นแปะบรรเทาอาการปวดลดไข้ กลุ่มยาดม หรือยาทาแก้วิงเวียน หน้ามืด คัดจมูก บรรเทาอาการหายใจไม่ออก หากในบ้านมีผู้สูงอายุอาศัยร่วมอยู่ด้วย ห้ามขาดยากลุ่มนี้อย่างเด็ดขาด จากคำโปรยที่ว่าเช็คผลบอลสดทีมโปรดแพ้ชวนเป็นลม คงต้องพึ่งยาดมสูดกลิ่นหอมก่อนขาดใจตาย เพราะมีโอกาสได้ใช้แน่นอน สำหรับยาในกลุ่มนี้ประกอบไปด้วย ยาดม เหล้าแอมโมเนีย ยาแก้คัดจมูก ยาขี้ผึ้งบรรเทาอาการคัดจมูก แนะนำว่าควรมียาหอม ซึ่งเป็นยาแผนโบราณสามัญประจำบ้าน เพื่อใช้คู่กับยาดมเมื่อผู้สูงอายุวิงเวียนศีรษะ กลุ่มยาบรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ ต้องยอมรับว่าบ้างครั้งหลายคนก็รู้สึกปวดท้องขึ้นหลังจากรับประทานอาหารมื้อใหญ่ โดยเฉพาะคนที่ชอบอาหารจำพวกบุฟเฟ่ต์เป็นชีวิตจิตใจ หากมีอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ บ่อย ๆ

อยากเปิดร้านขายยา ต้องรู้อะไรบ้าง

การทำธุรกิจร้านขายยาเป็นงานที่น่าสนใจและสร้างรายได้ดี แต่ก็ต้องมีความรับผิดชอบและศึกษาองค์ประกอบอย่างรอบด้าน จึงจะทำให้คุณสามารถเปิดร้านขายยาของตัวเองได้โดยมีรายได้สม่ำเสมอสามารถแข่งขันกับร้านขายยาแบบสาขาและร้านขายยาในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งมีสาขามากมายอยู่ทั่วประเทศได้ การเปิดร้านขายยาที่ถูกต้องนั้น ควรศึกษาจากเอกสารการขออนุญาตเปิดร้าน โดยขอรับได้จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ทำเลร้าน และต้องมีเภสัชกรประจำร้าน ซึ่งมีระยะเวลาในการอยู่ประจำที่ชัดเจน โดยจะมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานของรัฐไปตรวจเป็นประจำ ร้านขายยายุคใหม่จึงควรเป็นกิจการที่เจ้าของเป็นเภสัชกรเอง จึงจะมีคุณภาพในการจ่ายยาและยังประหยัดต้นทุนในการจ้างเภสัชกรได้ นอกจากเรื่องผู้ปฏิบัติการหรือเภสัชกรแล้ว ยังต้องศึกษาเรื่องของต้นทุนของร้านขายยาด้วย ต้นทุนทางธุรกิจของร้านขายยา ค่าตู้ – ในร้านต้องมีทั้งตู้ยา ตู้เย็นเก็บยาแช่เย็น เช่น ยาเหน็บ ยาหยอดตาบางประเภท ป้ายไฟส่องสว่าง เคาน์เตอร์ยากระจกใส โต๊ะให้คำปรึกษาอุปกรณ์ ฯลฯ รวมถึงเครื่องวัดความดันโลหิต ที่วัดส่วนสูง ที่ชั่งน้ำหนัก โดยรวมจะมีมูลค่าอยู่ตั้งแต่ 50,000-100,000 บาท ค่ายา – ได้แก่ ยาเม็ด ยาน้ำ ยาทาภายนอก อาหารเสริมต่าง ๆ รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น ไม้เท้า รถเข็น เครื่องวัดความดันโลหิต ฯลฯ โดยเฉลี่ยต้องลงทุนประมาณ 1 แสนบาท ค่าเช่าพื้นที่ – หากเป็นพื้นที่ติดถนน อยู่ในย่านชุมชน ใกล้สถานที่ราชการหรือมหาวิทยาลัย จะมีค่าเช่าอยู่ที่เดือนละ

เทคนิคสังเกตธุรกิจแชร์ลูกโซ่

ในระยะ 1-2 ปีมานี้ มีข่าวธุรกิจแชร์ลูกโซ่และการชักชวนลงทุนธุรกิจแบบผิดกฎหมายจำนวนมาก โดยใช้ผลประโยชน์เข้าเป็นตัวชี้นำให้มีการหลงเชื่อว่าจะเป็นธุรกิจที่มีความยั่งยืนและสามารถสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยได้จริง เราจึงรวบรวมเทคนิคที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนแนะนำมาให้ทุกคนได้สังเกตเพื่อระมัดระวังการตกเป็นเหยื่อของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ดังนี้ สังเกตการตกเป็นเหยื่อของแชร์ลูกโซ่ 1. ชักชวนไม่จำกัด ธรรมชาติของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ จะเน้นการบอกต่อชวนให้มาทำการลงทุนในธุรกิจรูปแบบต่าง ๆ โดยนำผลประโยชน์เป็นตัวตั้ง ซึ่งมักจะมีการเปิดระดมทุนจากบุคคลทั่วไป แบบไม่มีขั้นต่ำ โดยจะมีการนำตัวเลขดอกเบี้ยหรือปันผลที่ได้จากเงินลงทุนที่สูงกว่าอัตราในท้องตลาดเป็นตัวหลอกล่อ 2. ผลตอบแทนไม่ขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจ หลายคนที่เคยทำธุรกิจจะพบว่าหากมีเงินลงทุนจำนวนหนึ่ง กว่าจะได้กำไรหรือผลตอบแทนกลับมาเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ ยังเป็นเรื่องยาก และยังต้องขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดหรือเศรษฐกิจสังคมในช่วงเวลานั้นด้วย แต่ผู้ที่ชวนลงทุนธุรกิจแบบแชร์ลูกโซ่จะไม่มีการคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยงของสภาวะดังกล่าวเลย ทั้งยังมีการการันตีว่า จะได้ตัวเลขปันผลที่ชัดเจนมากกว่า 5-10 เปอร์เซ็นต์ ในระยะเวลาทุก 3 วัน 5 วัน หรือ 1 เดือน อีกด้วย ซึ่งผู้ชักชวนจะมีเทคนิคในการหว่านล้อมให้เชื่อเพื่อเกิดการลงทุนอย่างต่อเนื่องด้วย 3. ไม่มีการจดทะเบียนในรูปแบบบริษัท ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ จะใช้วิธีการหาลูกข่ายแบบปากต่อปากหรือแนะนำบอกต่อทางสื่อโซเชียล ซึ่งจะไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลทางการเงินได้ง่าย ๆ หากคุณไม่แน่ใจว่ากำลังตกเป็นเหยื่อของการชักชวนให้ทำธุรกิจผิดกฎหมายหรือไม่ ควรขอดูเลขหมายเลขทะเบียนการค้า หรือรายละเอียดบริษัทที่ชวนไปลงทุน โดยหาข้อมูลเบื้องต้นได้จากเว็บไซต์ของกระทรวงพาณิชย์ หรือหากมีการอ้างอิงว่า มีการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ก็สามารถหาข้อมูลได้จากเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อตรวจสอบว่ามีข้อมูลอยู่จริงหรือไม่ 4. อ้างถึงผู้มีชื่อเสียงมากกว่าผลิตภัณฑ์

Hosting คืออะไร คนจะทำเว็บไซต์ออนไลน์ต้องรู้

การทำเว็บไซต์ออนไลน์จะต้องมีการใช้พื้นที่ server เพื่อใช้ในการเก็บและส่งผ่านข้อมูลในระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งผู้ที่จะดูแลให้การทำงานต่าง ๆ เป็นไปอย่างราบรื่น คือ บริษัท web hosting ของเอกชนที่มีบริการให้เลือกหลายแห่งในปัจจุบัน โดยบริษัทจะทำหน้าดูในการดูแลฐานข้อมูล ระบบปฏิบัติการ การติดตั้งแอปพลิเคชัน ควบคุมความเสถียร รวมถึงรักษาความปลอดภัยให้กับเว็บไซต์ของคุณ โดยมีการคิดค่าบริการที่แตกต่างกันไปตามแพ็กเกจ ในปัจจุบัน บริษัท web hosting แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ 1. Shared Hosting เหมาะสำหรับผู้ทำธุรกิจมือใหม่ เช่น แม่บ้าน นักศึกษา ที่ต้องการหาอาชีพเสริมจากการทำเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ ยังไม่แน่ใจในทิศทางการเติบโตของธุรกิจที่จะลงทุน ควรเลือก Shared Hosting ที่มีการคิดค่าบริการต่ำกว่า Hosting ประเภทอื่น ๆ ทั้งนี้ อาจมีปัญหาที่พบบ่อย จากการแบ่งปันทรัพยากรร่วมกันใน Server เช่น ปัญหาการดาว์นโหลดข้อมูลช้า เว็บไซต์ล่ม หรือ อัพโหลดภาพใช้เวลานาน ฯลฯ ซึ่งโดยมากแล้วจะมีทีมงานที่ติดต่อได้คอยประสานงานแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น 2.

โรคที่พบบ่อยในวัยทำงาน 2019

ปัจจุบันคนในวัยทำงานต้องเผชิญกับความเครียดสูง มีภาวะการบริโภคที่ไม่เหมาะสม ออกกำลังกายที่น้อยลง และมีความเสี่ยงอื่น ๆ ที่ทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย ซึ่งกรมอนามัยได้ออกมาเตือนว่า ภาวะสุขภาพของคนวัยทำงานรุ่นใหม่มีความเสื่อมเร็วกว่าปกติ ซึ่งควรระมัดระวังสุขภาพให้ห่างไกลจากโรค ต่อไปนี้ 1. โรคอ้วน เป็นปัญหาสุขภาพที่พบมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในออฟฟิศมักจะมีขยับร่างกายน้อย จึงใช้พลังงานต่ำ ทั้งยังมีการบริโภคอาหารกลุ่มแป้งและน้ำตาลมากขึ้น เช่น กาแฟทรีอินวัน ชานม ขนมเค้ก คุกกี้ ของทอด ขนมกรุบกรอบ ฯลฯ และมักมีความอ่อนเพลียหลังการทำงาน จึงไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ระบบการเผาผลาญของร่างกายจึงลดลงตามมา เท่ากับเป็นการเพิ่มความเสี่ยงโรคอ้วนมากยิ่งขึ้น 2. โรคความดันโลหิตสูง เป็นภาวะที่เกิดจากความเครียด ขาดการออกกำลังกาย และการรับประทานอาหารที่มีรสเค็มเป็นประจำ เกลือโซเดียมจะอยู่ในอาหารที่มีการปรุงด้วยซอสชนิดต่าง ๆ อาหารที่ใช้วัตถุกันเสียเพื่อยืดอายุ ผงฟูและผงชูรสในเมนูคาวหวาน ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ความดันเพิ่มขึ้นได้ หากค่าความดันมากกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและเพิ่มการออกกำลัง 3. โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หลายคนต้องเผชิญกับปัญหารถติด ในระหว่างการเดินทางทำงาน เช่น เซลล์แมน ฟรีแลนซ์ หรือมีการทำงานที่ติดพัน เช่น ประชุมยืดเยื้อ งานเอกสาร ฯลฯ ทำให้มีการกลั้นปัสสาวะ

ข้อดีที่จะได้จากการทำงานอดิเรก 2019

ในแต่ละวันของคนเรามีสิ่งที่ต้องทำมากมาย ทั้งงานประจำ การเดินทาง การให้เวลากับครอบครัว แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรขาด คือ การมีเวลาทำงานอดิเรกที่ตนเองชื่นชอบอยู่เสมอ ซึ่งนักวิทยาพบว่า การมีงานอดิเรกสำคัญต่อระดับความสุขในชีวิตประจำวันอย่างมาก เราจึงได้รวบรวมข้อดีของการทำงานอดิเรก มาฝากทุกท่าน ดังนี้ 1. ทำให้ได้ผ่อนคลายความเครียด การทำงานอดิเรก เช่น การปักผ้า วาดรูป เล่นเกมส์ ฯลฯ จะลดความคาดหวังในความสำเร็จ เพราะไม่ต้องมีเป้าหมายที่ความสมบูรณ์แบบ หรือผลลัพธ์ที่ดีที่สุดอย่างการทำงานในออฟฟิศ การได้ผ่อนคลายความเครียดเพียงวันละ 30 นาที จะทำให้มีความสุขในการทำงานในวันต่อไปมากยิ่งขึ้นได้ 2. ค้นพบความสามารถตัวเองมากขึ้น หากคุณเบื่อกับการทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ตลอดวัน แล้วอยากจะลองทำขนมคุกกี้ไว้รับประทานเองบ้าง หากทำเป็นงานอดิเรกบ่อย ๆ ก็อาจได้พบว่าตัวเองมีความสนุกกับการคิดค้นดัดแปลงสูตรขนมคุกกี้ ทำให้มีขนมอร่อยรับประทานเองและยังสามารถนำไปแจกเพื่อนบ้าน เพื่อนที่ทำงาน เพื่อสร้างความสุขและรอยยิ้มร่วมกันได้มากยิ่งขึ้นด้วย 3. ได้โอกาสพบเพื่อนใหม่ ๆ การสร้างสัมพันธภาพที่ดีผ่านการทำงานอดิเรก เป็นสิ่งที่หลายคนชื่นชอบ ทำให้ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องราวต่าง ๆ ที่อาจนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้ ส่วนใหญ่แล้ว คนรุ่นใหม่จะชื่นชอบการพบเพื่อนใหม่ผ่านการออกกำลังกาย เช่น วิ่งในสวนสาธารณะ การเข้าคลาสโยคะ การทำงานจิตอาสา ฯลฯ ซึ่งมีกลุ่มใน Facebook เปิดรับเพื่อนใหม่

อาชีพที่จะมาแรงใน 5 ปีข้างหน้ามีอะไรบ้าง

ปัจจุบันเราอยู่ในยุค 5G ที่มีการใช้เทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ เพื่อการทำงานอย่างหลากหลายด้าน ซึ่งส่งผลต่อแนวโน้มอาชีพที่จะมาแรง หรือมีอัตราการจ้างงานสูงในอนาคต เป็นที่ต้องการของตลาดจำนวนมาก บทความนี้ เราจึงได้รวบรวมอาชีพที่น่าสนใจและจะมาแรงในอีก 5 ปีนี้ เพื่อให้ทุกท่านได้เตรียมตัวเสริมความรู้และฝึกฝนทักษะ เพื่อให้มีโอกาสในการได้ทำงานมากยิ่งขึ้น ดังนี้ 1. อาชีพเกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูล เนื่องจากเรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมที่เป็น Big Data มีข้อมูลจากทั่วโลกรวมอยู่ในฐานข้อมูลระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งสำคัญต่อการวางแผนกิจการ ธุรกิจต่าง ๆ เช่น การตลาด การโฆษณา การวางยุทธศาสตร์เพื่อการลงทุน งานที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูลจึงเป็นอาชีพที่มีความต้องการสูงในอนาคต ซึ่งหากมีความรู้ทางด้านของคณิตศาสตร์และความรอบรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์ ก็จะยิ่งทำให้มีโอกาสเติบโตได้อย่างมาก 2. นักจิตวิทยา เนื่องจากมีการศึกษาพบว่า ผู้คนในปัจจุบันมีความเครียดสูงจากการทำงานและปัญหาในชีวิตครอบครัว จึงต้องการที่ปรึกษาที่มีความรู้เฉพาะด้าน นักจิตวิทยาจึงเป็นอาชีพที่เป็นที่ต้องการของท้องตลาด ทั้งนี้มีแนวโน้มว่า จะมีผู้ต้องการคำปรึกษาตั้งแต่วัยเรียน จนถึงผู้สูงอายุมากยิ่งขึ้นกว่าปัจจุบันเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว 3. นักวิจัย ประเทศไทยต้องการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมอย่างมาก จึงมีหน่วยงานจำนวนมากพร้อมสนับสนุนให้ทุนวิจัย เพื่อการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่มีประโยชน์ต่อประเทศ นักวิจัยจึงเป็นสาขาอาชีพที่ขาดแคลนในอนาคต ผู้ที่สนใจการทำงานในห้องทดลองวิทยาศาสตร์หรือการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ มีแนวโน้มที่จะได้รับอัตราเงินเดือนที่สูงมากกว่าอาชีพอื่น ๆ 4. นักพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์

วิธีป้องกันภาวะกระดูกพรุนที่ทุกคนควรรู้

ปัญหาโรคกระดูกพรุน เป็นสิ่งที่พบได้ในเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งจะทำให้มีการเจ็บปวดตามร่างกายและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นกระดูกหักได้ง่ายกว่าคนทั่วไป ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมวิธีการเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก ลดภาวะกระดูกพรุนที่ทุกคนควรรู้ มาฝากกัน ดังนี้ 1. เพิ่มการรับประทานอัลมอนด์ ซึ่งเป็นแหล่งของแคลเซียมธรรมชาติ ที่มีไขมันชนิดดีช่วยลดภาวะไขมันในเลือดสูงได้ ซึ่งปัจจุบันมีการทำเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบต่าง ๆ เช่น เมล็ดอัลมอนด์ นมอัลมอนด์ คุกกี้ ฯลฯ หรือจะทำการบดเมล็ดอัลมอนด์ผสมลงในน้ำสลัดหรือโยเกิร์ตสำหรับรับประทานคู่กับผักสด ก็ได้ประโยชน์เช่นเดียวกัน 2. เสริมการรับประทานแคลเซียมแบบแคปซูลหรือแบบซองชง ในขนาด 500 มิลลิกรัมต่อวันอย่างน้อย เพื่อช่วยให้ร่างกายได้รับแคลเซียมที่เพียงพอยิ่งขึ้น ทั้งนี้ อาจเลือกสูตรที่ผสม Vitamin D สำหรับเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมได้ดียิ่งขึ้นด้วย 3. การดื่มน้ำชาเป็นประจำ โดยเฉพาะชาเขียว จะช่วยให้มวลกระดูกมีความหนาแน่นมากขึ้น หรือจะดื่มนมสูตรพร่องมันเนยและน้ำเต้าหู้ เพื่อให้ได้รับแคลเซียมแบบไขมันต่ำก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้ การดื่มน้ำเต้าหู้เป็นประจำ จะทำให้ได้รับฮอร์โมนธรรมชาติที่ช่วยชะลอภาวะวัยทองในผู้หญิงได้ด้วย 4. การรับประทานปลาตัวเล็กทอดกรอบ จะทำให้ได้แคลเซียมโดยตรงจากส่วนกระดูกของปลา ที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ซ่อมแซมร่างกายได้ อย่างไรก็ตาม ควรทอดด้วยน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันดอกทานตะวัน หรือน้ำมันมะกอก ฯลฯ ที่ให้กรดไขมันชนิดดี แทนการทอดด้วยน้ำมันปาล์มที่ทำให้เสี่ยงต่อภาวะไขมันในเลือดสูง 5. ออกกำลังกายเป็นประจำ จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายควบคุมสมดุลแคลเซียมและผลิตฮอร์โมนที่ชะลอความเสื่อมของกระดูกได้ดีขึ้น

ฟุตบอลที่น่ารู้ ประวัติกีฬาฟุตบอลที่ควรรู้

ฟุตบอลเป็นกีฬาที่คนทั่วโลกรู้จักกันดี โดยมีการแข่งขันทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ ทำให้มีสโมสรต่างๆเกิดขึ้นมากมายทั่วโลก ซึ่งกำเนิดของกีฬาฟุตบอลนั้นคาดว่าเกิดในประเทศฝรั่งเศสและอิตาลี จากกีฬาพื้นเมืองที่ชื่อว่า ซูเลอ หรือ Soule ซึ่งลักษณะการเล่นไม่ได้แตกต่างจากฟุตบอลที่คนทั่วไปรู้จักมากนัก แต่ประวัติการเล่นฟุตบอลที่มีการจดบันทึกไว้เป็นหลักฐานชัดเจนเกิดในประเทศอังกฤษ โดยนับจากปีที่จัดตั้งสมาคมฟุตบอลอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2406 (ประมาณ 150 ปีที่แล้ว) และทำให้มีนักกีฬาอาชีพเกิดขึ้นมาหลังจากนั้น ส่วนทางทวีปเอเชีย ประเทศมหาอำนาจในปัจจุบันอย่างจีนและอินเดีย มีบันทึกที่สำคัญเกี่ยวกับฟุตบอล กล่าวคือ มีการบันทึกของขงจื้อ ซึ่งเป็นนักปราชญ์จีนยุคโบราณ ได้จดในหนังสือชื่อ กังฟู อธิบายถึงกีฬาที่ใช้เท้าและศีรษะเตะและโหม่งบอล ซึ่งเรียกว่า ซือซู ส่วนในประเทศอินเดีย มีการบันทึกไว้ในหนังสือของมหาวิทยาลัยกัลกัตตา ช่วงปี พ.ศ. 2426 เกี่ยวกับการเล่นฟุตบอล ซึ่งหลังจากนั้นประมาณสิบปี (พ.ศ.2435) ก็มีการจัดการแข่งขันเพื่อชิงรางวัลเป็นถ้วยที่ระลึกเป็นครั้งแรก ทางด้านทวีปแอฟริกา มีการจัดตั้งสมาคมฟุตบอลระดับชาติในประเทศแอฟริกาเป็นประเทศแรก แต่ประเทศอียิปต์กลับเป็นชาติแรกที่ดำเนินการจัดการแข่งขันในทวีปแอฟริกา โดยจัดในปี พ.ศ. 2467 แล้วหลังจากนั้นเพียง 3 ปี ประเทศอียิปต์ก็มีการพัฒนาฝีเท้านักกีฬาฟุตบอลจนสามารถแข่งขันเอาชนะนักกีฬาจากประเทศฮังการีได้ด้วยคะแนน 3-0 ในการแข่งขันกีฬาสากลอย่างโอลิมปิก ซึ่งจัดที่กรุงปารีสของฝรั่งเศส สมาคมฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า (FIFA) จัดขึ้นในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส พ.ศ.

คอนโดและบ้านหลังแตกต่างกันอย่างไร

การมีที่พักและที่อยู่อาศัยของคนเราในสมัยนี้จะมีความชอบที่แตกต่างกันออกไป อค่ละคนมีความคิดและความชอบที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นสิ่งที่ตอบโจทย์ของคนเราในสมัยนี้จะมีอยู่หลายแบบแต่วันนี้เราจะมายกตัวอย่างด้วยกัน 2 แบบก็คือ 1.แบบบ้านหลัง จะเป็นกสรใช้พื้นที่มากในการสร้างมากกว่าคอนโดนั้นเอง บ้านหลังจะออกแบบสไตล์ของคนที่ชอบความเป็นส่วนตัวสูง และมีความเรียบง่ายในรูปแบบของแต่ละคน หม่ตำเป็นที่จะหลังใหญ่หนือหลังเล็ก การทำเป็นบ้านแบบหลังเดียวนี้ ข้อดีก็มีอยู่หลายอย่างเช่น มีความเป็นส่วนตัวมาก มีพื้นที่ใช้สอยได้เยอะพอสมควร ยังมีอีกมากมายสำหรับคนที่ชอบบ้านแบบเป็นหลังๆแบบนี้ บ้านเป็นหลังแบบนี้เหมาะสำหรับคนที่มีครอบครัว และชอบที่จะมีความเป็นส่วนตัวมากที่สุด และอยากที่จะมีพื้นที่ใช้สอยมากเป็นพิเศษ บอกได้เลยว่าเหมาะมากที่สุดกับครอบครัวทุกคนในปัจจุบัน ส่วนมากวัยรุ่นหรือวัยคนทำงานมักจะอยากมีที่อยู่อาศัยที่หรูหราต้องเลือกเป็นคอนโด และจะเป็นส่วนใหญ่เลยก็ว่าได้ ที่จะเลือกซื้อกัน 2.คอนโด เป็นที่อยู่อาศัยสำหรับคนที่ทันสมัยหน่อยและไม่ได้อยู่เป็นแบบครอบครัว จะประมาณว่า ซื้อไว้พักอาศัยเป็นบางครั้งบางคราวเท่านั้น คนส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีฐานะทางการเงินหน่อย คอนโดจะมีห้องหลายห้องอยู่เหมือนกัน มีพื้นที่ไว้ใช้สอยได้เหมือนแต่จะน้อยกว่าบ้านหลังแน่นอนอยู่แล้ว จะมีเป็นห้องนอนอาจจะซัก 2-3 ห้องเห็นจะได้ ห้องน้ำ 1-2 ห้องนั่งเล่น แล้วแต่คอนโดแต่ละที่อีกด้วย จะตกแต่งออกแบบมาไม่เหมือนกัน คอนโดเป็นที่ต้องการของใครหลายๆคนที่อยากจะมีบรรยากาศอยู่ในมุมสูง และมีทิวทัศน์ที่สวยงามมองเห็นวิวแสงไฟเมืองกรุงในยามราตรีนั้นเอง จึงเป็นที่นิยมในคนหมูมากที่วมัยนี้จะเลือกซื้อกันเพราะสิ่งเหล่านี้ และนี่เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับคนเราในปัจจุบันทุกคนที่จำเป็นต้องมีที่พักอาศัยที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังหรือคอนโดก็ตาม ไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไร เนื่องจากความคิดของคนเราในสมัยนี้มีความคิดที่ไม่เหมือนกันเอป็นธรรมดา ต่างคนต่างมีความชอบที่แตกต่างกันออกไป การเลือกที่อยู่อาศัยควรเริ่มจากการที่เจ้าของบ้านนั้นเป็นที่ชอบ หรือความต้องการทั้งนั้น จะไม่ใช่เพราะการโอ้อวดหรืออะไรต่างๆ การตัดสินใจต้องเด็ดขาดในการเลือกที่จะซื้อรูปแบบบ้านที่ไม่เหมือนกันขนาดนี้ และเชื่อว่าทุกคนในสมัยนี้ จะมีการตัดสินใจที่ดี และรอบคอบในการคิดที่จะซื้อคอนโดหรือบ้านหลังก็ตาม ซึ่งบอกได้เลยว่าคนที่เลือกไปแล้วนั้นล้วนแล้วแต่เหมาะในการใช้ชีวิตประจำวันได้ดีที่สุด การเลือกที่อยู่ที่เหมาะสมกับเรามากที่สุดนั้น ถือเป็เรื่องที่สำคัญมากเลยทีเดียว