Hosting คืออะไร คนจะทำเว็บไซต์ออนไลน์ต้องรู้

การทำเว็บไซต์ออนไลน์จะต้องมีการใช้พื้นที่ server เพื่อใช้ในการเก็บและส่งผ่านข้อมูลในระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งผู้ที่จะดูแลให้การทำงานต่าง ๆ เป็นไปอย่างราบรื่น คือ บริษัท web hosting ของเอกชนที่มีบริการให้เลือกหลายแห่งในปัจจุบัน โดยบริษัทจะทำหน้าดูในการดูแลฐานข้อมูล ระบบปฏิบัติการ การติดตั้งแอปพลิเคชัน ควบคุมความเสถียร รวมถึงรักษาความปลอดภัยให้กับเว็บไซต์ของคุณ โดยมีการคิดค่าบริการที่แตกต่างกันไปตามแพ็กเกจ ในปัจจุบัน บริษัท web hosting แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ 1. Shared Hosting เหมาะสำหรับผู้ทำธุรกิจมือใหม่ เช่น แม่บ้าน นักศึกษา ที่ต้องการหาอาชีพเสริมจากการทำเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ ยังไม่แน่ใจในทิศทางการเติบโตของธุรกิจที่จะลงทุน ควรเลือก Shared Hosting ที่มีการคิดค่าบริการต่ำกว่า Hosting ประเภทอื่น ๆ ทั้งนี้ อาจมีปัญหาที่พบบ่อย จากการแบ่งปันทรัพยากรร่วมกันใน Server เช่น ปัญหาการดาว์นโหลดข้อมูลช้า เว็บไซต์ล่ม หรือ อัพโหลดภาพใช้เวลานาน ฯลฯ ซึ่งโดยมากแล้วจะมีทีมงานที่ติดต่อได้คอยประสานงานแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น 2.

โรคที่พบบ่อยในวัยทำงาน 2019

ปัจจุบันคนในวัยทำงานต้องเผชิญกับความเครียดสูง มีภาวะการบริโภคที่ไม่เหมาะสม ออกกำลังกายที่น้อยลง และมีความเสี่ยงอื่น ๆ ที่ทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย ซึ่งกรมอนามัยได้ออกมาเตือนว่า ภาวะสุขภาพของคนวัยทำงานรุ่นใหม่มีความเสื่อมเร็วกว่าปกติ ซึ่งควรระมัดระวังสุขภาพให้ห่างไกลจากโรค ต่อไปนี้ 1. โรคอ้วน เป็นปัญหาสุขภาพที่พบมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในออฟฟิศมักจะมีขยับร่างกายน้อย จึงใช้พลังงานต่ำ ทั้งยังมีการบริโภคอาหารกลุ่มแป้งและน้ำตาลมากขึ้น เช่น กาแฟทรีอินวัน ชานม ขนมเค้ก คุกกี้ ของทอด ขนมกรุบกรอบ ฯลฯ และมักมีความอ่อนเพลียหลังการทำงาน จึงไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ระบบการเผาผลาญของร่างกายจึงลดลงตามมา เท่ากับเป็นการเพิ่มความเสี่ยงโรคอ้วนมากยิ่งขึ้น 2. โรคความดันโลหิตสูง เป็นภาวะที่เกิดจากความเครียด ขาดการออกกำลังกาย และการรับประทานอาหารที่มีรสเค็มเป็นประจำ เกลือโซเดียมจะอยู่ในอาหารที่มีการปรุงด้วยซอสชนิดต่าง ๆ อาหารที่ใช้วัตถุกันเสียเพื่อยืดอายุ ผงฟูและผงชูรสในเมนูคาวหวาน ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ความดันเพิ่มขึ้นได้ หากค่าความดันมากกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและเพิ่มการออกกำลัง 3. โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หลายคนต้องเผชิญกับปัญหารถติด ในระหว่างการเดินทางทำงาน เช่น เซลล์แมน ฟรีแลนซ์ หรือมีการทำงานที่ติดพัน เช่น ประชุมยืดเยื้อ งานเอกสาร ฯลฯ ทำให้มีการกลั้นปัสสาวะ

ข้อดีที่จะได้จากการทำงานอดิเรก 2019

ในแต่ละวันของคนเรามีสิ่งที่ต้องทำมากมาย ทั้งงานประจำ การเดินทาง การให้เวลากับครอบครัว แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรขาด คือ การมีเวลาทำงานอดิเรกที่ตนเองชื่นชอบอยู่เสมอ ซึ่งนักวิทยาพบว่า การมีงานอดิเรกสำคัญต่อระดับความสุขในชีวิตประจำวันอย่างมาก เราจึงได้รวบรวมข้อดีของการทำงานอดิเรก มาฝากทุกท่าน ดังนี้ 1. ทำให้ได้ผ่อนคลายความเครียด การทำงานอดิเรก เช่น การปักผ้า วาดรูป เล่นเกมส์ ฯลฯ จะลดความคาดหวังในความสำเร็จ เพราะไม่ต้องมีเป้าหมายที่ความสมบูรณ์แบบ หรือผลลัพธ์ที่ดีที่สุดอย่างการทำงานในออฟฟิศ การได้ผ่อนคลายความเครียดเพียงวันละ 30 นาที จะทำให้มีความสุขในการทำงานในวันต่อไปมากยิ่งขึ้นได้ 2. ค้นพบความสามารถตัวเองมากขึ้น หากคุณเบื่อกับการทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ตลอดวัน แล้วอยากจะลองทำขนมคุกกี้ไว้รับประทานเองบ้าง หากทำเป็นงานอดิเรกบ่อย ๆ ก็อาจได้พบว่าตัวเองมีความสนุกกับการคิดค้นดัดแปลงสูตรขนมคุกกี้ ทำให้มีขนมอร่อยรับประทานเองและยังสามารถนำไปแจกเพื่อนบ้าน เพื่อนที่ทำงาน เพื่อสร้างความสุขและรอยยิ้มร่วมกันได้มากยิ่งขึ้นด้วย 3. ได้โอกาสพบเพื่อนใหม่ ๆ การสร้างสัมพันธภาพที่ดีผ่านการทำงานอดิเรก เป็นสิ่งที่หลายคนชื่นชอบ ทำให้ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องราวต่าง ๆ ที่อาจนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้ ส่วนใหญ่แล้ว คนรุ่นใหม่จะชื่นชอบการพบเพื่อนใหม่ผ่านการออกกำลังกาย เช่น วิ่งในสวนสาธารณะ การเข้าคลาสโยคะ การทำงานจิตอาสา ฯลฯ ซึ่งมีกลุ่มใน Facebook เปิดรับเพื่อนใหม่

อาชีพที่จะมาแรงใน 5 ปีข้างหน้ามีอะไรบ้าง

ปัจจุบันเราอยู่ในยุค 5G ที่มีการใช้เทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ เพื่อการทำงานอย่างหลากหลายด้าน ซึ่งส่งผลต่อแนวโน้มอาชีพที่จะมาแรง หรือมีอัตราการจ้างงานสูงในอนาคต เป็นที่ต้องการของตลาดจำนวนมาก บทความนี้ เราจึงได้รวบรวมอาชีพที่น่าสนใจและจะมาแรงในอีก 5 ปีนี้ เพื่อให้ทุกท่านได้เตรียมตัวเสริมความรู้และฝึกฝนทักษะ เพื่อให้มีโอกาสในการได้ทำงานมากยิ่งขึ้น ดังนี้ 1. อาชีพเกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูล เนื่องจากเรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมที่เป็น Big Data มีข้อมูลจากทั่วโลกรวมอยู่ในฐานข้อมูลระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งสำคัญต่อการวางแผนกิจการ ธุรกิจต่าง ๆ เช่น การตลาด การโฆษณา การวางยุทธศาสตร์เพื่อการลงทุน งานที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูลจึงเป็นอาชีพที่มีความต้องการสูงในอนาคต ซึ่งหากมีความรู้ทางด้านของคณิตศาสตร์และความรอบรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์ ก็จะยิ่งทำให้มีโอกาสเติบโตได้อย่างมาก 2. นักจิตวิทยา เนื่องจากมีการศึกษาพบว่า ผู้คนในปัจจุบันมีความเครียดสูงจากการทำงานและปัญหาในชีวิตครอบครัว จึงต้องการที่ปรึกษาที่มีความรู้เฉพาะด้าน นักจิตวิทยาจึงเป็นอาชีพที่เป็นที่ต้องการของท้องตลาด ทั้งนี้มีแนวโน้มว่า จะมีผู้ต้องการคำปรึกษาตั้งแต่วัยเรียน จนถึงผู้สูงอายุมากยิ่งขึ้นกว่าปัจจุบันเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว 3. นักวิจัย ประเทศไทยต้องการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมอย่างมาก จึงมีหน่วยงานจำนวนมากพร้อมสนับสนุนให้ทุนวิจัย เพื่อการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่มีประโยชน์ต่อประเทศ นักวิจัยจึงเป็นสาขาอาชีพที่ขาดแคลนในอนาคต ผู้ที่สนใจการทำงานในห้องทดลองวิทยาศาสตร์หรือการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ มีแนวโน้มที่จะได้รับอัตราเงินเดือนที่สูงมากกว่าอาชีพอื่น ๆ 4. นักพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์

วิธีป้องกันภาวะกระดูกพรุนที่ทุกคนควรรู้

ปัญหาโรคกระดูกพรุน เป็นสิ่งที่พบได้ในเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งจะทำให้มีการเจ็บปวดตามร่างกายและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นกระดูกหักได้ง่ายกว่าคนทั่วไป ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมวิธีการเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก ลดภาวะกระดูกพรุนที่ทุกคนควรรู้ มาฝากกัน ดังนี้ 1. เพิ่มการรับประทานอัลมอนด์ ซึ่งเป็นแหล่งของแคลเซียมธรรมชาติ ที่มีไขมันชนิดดีช่วยลดภาวะไขมันในเลือดสูงได้ ซึ่งปัจจุบันมีการทำเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบต่าง ๆ เช่น เมล็ดอัลมอนด์ นมอัลมอนด์ คุกกี้ ฯลฯ หรือจะทำการบดเมล็ดอัลมอนด์ผสมลงในน้ำสลัดหรือโยเกิร์ตสำหรับรับประทานคู่กับผักสด ก็ได้ประโยชน์เช่นเดียวกัน 2. เสริมการรับประทานแคลเซียมแบบแคปซูลหรือแบบซองชง ในขนาด 500 มิลลิกรัมต่อวันอย่างน้อย เพื่อช่วยให้ร่างกายได้รับแคลเซียมที่เพียงพอยิ่งขึ้น ทั้งนี้ อาจเลือกสูตรที่ผสม Vitamin D สำหรับเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมได้ดียิ่งขึ้นด้วย 3. การดื่มน้ำชาเป็นประจำ โดยเฉพาะชาเขียว จะช่วยให้มวลกระดูกมีความหนาแน่นมากขึ้น หรือจะดื่มนมสูตรพร่องมันเนยและน้ำเต้าหู้ เพื่อให้ได้รับแคลเซียมแบบไขมันต่ำก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้ การดื่มน้ำเต้าหู้เป็นประจำ จะทำให้ได้รับฮอร์โมนธรรมชาติที่ช่วยชะลอภาวะวัยทองในผู้หญิงได้ด้วย 4. การรับประทานปลาตัวเล็กทอดกรอบ จะทำให้ได้แคลเซียมโดยตรงจากส่วนกระดูกของปลา ที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ซ่อมแซมร่างกายได้ อย่างไรก็ตาม ควรทอดด้วยน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันดอกทานตะวัน หรือน้ำมันมะกอก ฯลฯ ที่ให้กรดไขมันชนิดดี แทนการทอดด้วยน้ำมันปาล์มที่ทำให้เสี่ยงต่อภาวะไขมันในเลือดสูง 5. ออกกำลังกายเป็นประจำ จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายควบคุมสมดุลแคลเซียมและผลิตฮอร์โมนที่ชะลอความเสื่อมของกระดูกได้ดีขึ้น

ฟุตบอลที่น่ารู้ ประวัติกีฬาฟุตบอลที่ควรรู้

ฟุตบอลเป็นกีฬาที่คนทั่วโลกรู้จักกันดี โดยมีการแข่งขันทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ ทำให้มีสโมสรต่างๆเกิดขึ้นมากมายทั่วโลก ซึ่งกำเนิดของกีฬาฟุตบอลนั้นคาดว่าเกิดในประเทศฝรั่งเศสและอิตาลี จากกีฬาพื้นเมืองที่ชื่อว่า ซูเลอ หรือ Soule ซึ่งลักษณะการเล่นไม่ได้แตกต่างจากฟุตบอลที่คนทั่วไปรู้จักมากนัก แต่ประวัติการเล่นฟุตบอลที่มีการจดบันทึกไว้เป็นหลักฐานชัดเจนเกิดในประเทศอังกฤษ โดยนับจากปีที่จัดตั้งสมาคมฟุตบอลอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2406 (ประมาณ 150 ปีที่แล้ว) และทำให้มีนักกีฬาอาชีพเกิดขึ้นมาหลังจากนั้น ส่วนทางทวีปเอเชีย ประเทศมหาอำนาจในปัจจุบันอย่างจีนและอินเดีย มีบันทึกที่สำคัญเกี่ยวกับฟุตบอล กล่าวคือ มีการบันทึกของขงจื้อ ซึ่งเป็นนักปราชญ์จีนยุคโบราณ ได้จดในหนังสือชื่อ กังฟู อธิบายถึงกีฬาที่ใช้เท้าและศีรษะเตะและโหม่งบอล ซึ่งเรียกว่า ซือซู ส่วนในประเทศอินเดีย มีการบันทึกไว้ในหนังสือของมหาวิทยาลัยกัลกัตตา ช่วงปี พ.ศ. 2426 เกี่ยวกับการเล่นฟุตบอล ซึ่งหลังจากนั้นประมาณสิบปี (พ.ศ.2435) ก็มีการจัดการแข่งขันเพื่อชิงรางวัลเป็นถ้วยที่ระลึกเป็นครั้งแรก ทางด้านทวีปแอฟริกา มีการจัดตั้งสมาคมฟุตบอลระดับชาติในประเทศแอฟริกาเป็นประเทศแรก แต่ประเทศอียิปต์กลับเป็นชาติแรกที่ดำเนินการจัดการแข่งขันในทวีปแอฟริกา โดยจัดในปี พ.ศ. 2467 แล้วหลังจากนั้นเพียง 3 ปี ประเทศอียิปต์ก็มีการพัฒนาฝีเท้านักกีฬาฟุตบอลจนสามารถแข่งขันเอาชนะนักกีฬาจากประเทศฮังการีได้ด้วยคะแนน 3-0 ในการแข่งขันกีฬาสากลอย่างโอลิมปิก ซึ่งจัดที่กรุงปารีสของฝรั่งเศส สมาคมฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า (FIFA) จัดขึ้นในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส พ.ศ.

คอนโดและบ้านหลังแตกต่างกันอย่างไร

การมีที่พักและที่อยู่อาศัยของคนเราในสมัยนี้จะมีความชอบที่แตกต่างกันออกไป อค่ละคนมีความคิดและความชอบที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นสิ่งที่ตอบโจทย์ของคนเราในสมัยนี้จะมีอยู่หลายแบบแต่วันนี้เราจะมายกตัวอย่างด้วยกัน 2 แบบก็คือ 1.แบบบ้านหลัง จะเป็นกสรใช้พื้นที่มากในการสร้างมากกว่าคอนโดนั้นเอง บ้านหลังจะออกแบบสไตล์ของคนที่ชอบความเป็นส่วนตัวสูง และมีความเรียบง่ายในรูปแบบของแต่ละคน หม่ตำเป็นที่จะหลังใหญ่หนือหลังเล็ก การทำเป็นบ้านแบบหลังเดียวนี้ ข้อดีก็มีอยู่หลายอย่างเช่น มีความเป็นส่วนตัวมาก มีพื้นที่ใช้สอยได้เยอะพอสมควร ยังมีอีกมากมายสำหรับคนที่ชอบบ้านแบบเป็นหลังๆแบบนี้ บ้านเป็นหลังแบบนี้เหมาะสำหรับคนที่มีครอบครัว และชอบที่จะมีความเป็นส่วนตัวมากที่สุด และอยากที่จะมีพื้นที่ใช้สอยมากเป็นพิเศษ บอกได้เลยว่าเหมาะมากที่สุดกับครอบครัวทุกคนในปัจจุบัน ส่วนมากวัยรุ่นหรือวัยคนทำงานมักจะอยากมีที่อยู่อาศัยที่หรูหราต้องเลือกเป็นคอนโด และจะเป็นส่วนใหญ่เลยก็ว่าได้ ที่จะเลือกซื้อกัน 2.คอนโด เป็นที่อยู่อาศัยสำหรับคนที่ทันสมัยหน่อยและไม่ได้อยู่เป็นแบบครอบครัว จะประมาณว่า ซื้อไว้พักอาศัยเป็นบางครั้งบางคราวเท่านั้น คนส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีฐานะทางการเงินหน่อย คอนโดจะมีห้องหลายห้องอยู่เหมือนกัน มีพื้นที่ไว้ใช้สอยได้เหมือนแต่จะน้อยกว่าบ้านหลังแน่นอนอยู่แล้ว จะมีเป็นห้องนอนอาจจะซัก 2-3 ห้องเห็นจะได้ ห้องน้ำ 1-2 ห้องนั่งเล่น แล้วแต่คอนโดแต่ละที่อีกด้วย จะตกแต่งออกแบบมาไม่เหมือนกัน คอนโดเป็นที่ต้องการของใครหลายๆคนที่อยากจะมีบรรยากาศอยู่ในมุมสูง และมีทิวทัศน์ที่สวยงามมองเห็นวิวแสงไฟเมืองกรุงในยามราตรีนั้นเอง จึงเป็นที่นิยมในคนหมูมากที่วมัยนี้จะเลือกซื้อกันเพราะสิ่งเหล่านี้ และนี่เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับคนเราในปัจจุบันทุกคนที่จำเป็นต้องมีที่พักอาศัยที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังหรือคอนโดก็ตาม ไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไร เนื่องจากความคิดของคนเราในสมัยนี้มีความคิดที่ไม่เหมือนกันเอป็นธรรมดา ต่างคนต่างมีความชอบที่แตกต่างกันออกไป การเลือกที่อยู่อาศัยควรเริ่มจากการที่เจ้าของบ้านนั้นเป็นที่ชอบ หรือความต้องการทั้งนั้น จะไม่ใช่เพราะการโอ้อวดหรืออะไรต่างๆ การตัดสินใจต้องเด็ดขาดในการเลือกที่จะซื้อรูปแบบบ้านที่ไม่เหมือนกันขนาดนี้ และเชื่อว่าทุกคนในสมัยนี้ จะมีการตัดสินใจที่ดี และรอบคอบในการคิดที่จะซื้อคอนโดหรือบ้านหลังก็ตาม ซึ่งบอกได้เลยว่าคนที่เลือกไปแล้วนั้นล้วนแล้วแต่เหมาะในการใช้ชีวิตประจำวันได้ดีที่สุด การเลือกที่อยู่ที่เหมาะสมกับเรามากที่สุดนั้น ถือเป็เรื่องที่สำคัญมากเลยทีเดียว

นักธุรกิจออนไลน์ต้องรู้ SEO กับ AdWords ต่างกันอย่างไร

การทำ SEO และ AdWords เป็นเทคนิคการตลาดออนไลน์ที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะช่วยในการประชาสัมพันธ์เพิ่มยอดขายได้อย่างเห็นผล แต่ยังมีนักธุรกิจออนไลน์จำนวนมากที่ยังไม่ทราบความแตกต่างของสองคำนี้ เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากกันให้นักธุรกิจออนไลน์เข้าใจความแตกต่างได้ดีขึ้น SEO หรือ search engine optimization เป็นเทคนิคการตลาดที่ไม่ต้องเสียค่าโฆษณาให้แก่ Search Engine อย่าง Yahoo และ Google เพียงการทำเว็บไซต์ธุรกิจให้มีคุณภาพทั้งด้านของบทความ ภาพประกอบ สื่อมัลติมิเดีย และเพิ่มการเชื่อมโยงลิงค์จากเว็บไซต์ภายนอกที่มีคุณภาพเข้ามาสู่เว็บไซต์ทางธุรกิจ โดยมีการอัพเดตข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ ก็จะทำให้เว็บไซต์นั้น ๆ มีอันดับการสืบค้นที่ดีปรากฏสู่สายตาของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเสียเงินค่าใช้จ่ายใด ๆ อย่างไรก็ตาม ในการทำ SEO ต้องใช้เวลาในการสะสมข้อมูลที่มีคุณภาพเพื่อให้ระบบ algorithm ของ Yahoo หรือ Google วิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างละเอียด ก่อนจะประมวลผลและแสดงการจัดอันดับบนหน้าต่างการสืบค้น หากมีอันดับที่ดี ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือยอดผู้เข้าชมและรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น การประชาสัมพันธ์ด้วย AdWords จะเป็นการซื้อพื้นที่โฆษณาจาก Google และ Yahoo เพื่อที่จะให้มั่นใจได้ว่าเว็บไซต์ธุรกิจนั้น ๆ จะแสดงอยู่ในอันดับต้น ๆ

AI หรือปัญญาประดิษฐ์เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ SEO อย่างไร

Artificial intelligence (AI) หรือปัญญาประดิษฐ์ เป็นคำที่เราได้ยินกันบ่อยขึ้นในช่วงหลายปีหลัง เนื่องจากมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในการนำสิ่งไม่มีชีวิตอย่างคอมพิวเตอร์มาวิเคราะห์และประมวลผลได้อย่างเหนือกว่าศักยภาพของมนุษย์ที่มีขีดจำกัดของร่างกายและกำลังสมอง ในวงการการตลาดออนไลน์ การทำเว็บไซต์ SEO ก็ได้รับอิทธิพลจากการทำหน้าที่สุดอัจฉริยะของ AI ด้วยเช่นกัน เนื่องจากระบบ algorithm ของ search engine ก็เป็นชุดคำสั่งปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้หลักการของ Machine Learning กล่าวคือ มีการสร้างนวัตกรรมทำให้คอมพิวเตอร์เรียนรู้ในการวิเคราะห์ ประมวลผลและตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ผ่านบริบทแวดล้อมของฐานข้อมูลนั้น ๆ โดยไม่จำเป็นต้องมีการป้อนคำสั่งหรือตั้งโปรแกรมอย่างละเอียด ด้วยความก้าวไกลสมยุค 5g ของ AI จึงทำให้ปัญญาประดิษฐ์ขั้นเทพ อย่าง RankBrain ของบริษัท Google ซึ่งเป็น search engine ชื่อดังของโลก เป็นที่พูดถึงกันมากในวงการทำเว็บไซต์ออนไลน์ เพราะ RankBrain ถูกใช้ในการทำหน้าที่จัดลำดับคุณภาพของเว็บไซต์ อันสำคัญต่อการนำเสนอเว็บไซต์ให้ปรากฏสู่สายตาผู้ชมบนหน้าต่างการสืบค้นที่ผู้ใช้ google.com จากทั่วโลกจะคีย์ keyword ที่ต้องการเพื่อสืบหาข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมงอย่างไม่มีวันหยุด ทั้งนี้จะมีการเก็บข้อมูลไว้ว่าผู้ใช้บริการ google แต่ละรายมีการสืบหาในขอบข่ายความสนใจด้านใด เช่น ด้านแพทยศาสตร์

ทำอาชีพเสริมอะไรดี? ที่มีรายได้และเหมาะกับตัวเอง

ด้วยค่าครองชีพที่มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้คนจำนวนมากต้องดิ้นรนเพื่อหาเลี้ยงปากท้อง อาชีพเสริมจึงกลายเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่ช่วยทำให้หลายครอบครัวมีรายได้เพิ่มมากขึ้นและอาจเติบโตเป็นอาชีพหลักรายได้ดีในอนาคต แต่การจะเริ่มทำอาชีพเสริม อาจจะค่อนข้างยากสำหรับคนที่ไม่มีไอเดียและคิดไม่ออกว่าตัวเองเหมาะกับจะทำอะไรเป็นอาชีพเสริม วันนี้เราจึงมีไอเดียมาแชร์กันเพื่อจะได้ตัดสินใจเลือกและเริ่มลงมือทำอาชีพเสริมได้เลย ไม่ต้องรออีกต่อไป สำรวจความถนัดและความชอบของตนเอง วิธีที่ง่ายที่สุด คือ เขียนความถนัดและความชอบของตัวเองลงในกระดาษหน้าเดียวกัน แต่แยกฝั่งซ้ายขวา ดังตัวอย่างในตาราง ความถนัด ความชอบ ภาษาอังกฤษทำอาหารคาว-หวานปลูกไม้ดอก-ไม้ประดับ ชอบร้องเพลงชอบทำขนมชอบถ่ายรูป-ถ่ายคลิป คิดต่อยอดจากความถนัดและความชอบของตัวเอง เมื่อจดความถนัดและความชอบออกมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถนึกออกแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการจับคู่หรือคิดต่อยอดจากข้อมูลเหล่านั้น จากตัวอย่างในตารางด้านบน ถ้าลองจับคู่ อาจได้ไอเดียดังนี้   ถนัดภาษาอังกฤษ+ชอบร้องเพลง = คิดเพลงสอนภาษาอังกฤษ อาจต่อยอดไปถึงอาชีพเสริม สอนพิเศษเด็ก ๆ ได้ ถนัดภาษาอังกฤษ+ชอบทำขนม+ชอบถ่ายรูปหรือคลิป = ทำคลิปสอนทำขนมเป็นภาษาอังกฤษ อาจต่อยอดเป็นอาชีพเสริมอื่น ๆ ได้ เช่นสอนทำขนมออนไลน์ หรือเป็น youtuber ถนัดปลูกไม้ดอกไม้ประดับ+ชอบถ่ายรูป-ถ่ายคลิป = ทำคลิปสอนปลูกต้นไม้ดอกไม้ อาจต่อยอดเป็นอาชีพเสริมอื่น ๆ ได้ เช่น สอนจัดสวนออนไลน์ หรือเป็น youtuber ด้านนี้ ซึ่งอันที่จริงแล้วการคิดต่อยอดหรือประมวลผลจากข้อมูลความถนัดและความชอบ อาจแตกออกไปได้อีกหลายอย่างแล้วแต่ข้อมูลที่มี นั่นหมายความว่ายิ่งมีข้อมูลมาก